Advocates for Youth หน่วยงานภาคเอกชนในสหรัฐฯ ที่บุกเบิกงานด้านสุขภาวะทางเพศในวัยรุ่นและร่วมผลักดันให้ประเด็นดังกล่าวกลายเป็นหนึ่งในวาระของการวางแผนครอบครัวระดับประเทศมาตั้งแต่ยุค 1980 นำเสนอบทเรียนจากโครงการต่างๆ ที่ดำเนินงานด้านการบริการสุขภาพที่เป็นมิตรแก่วัยรุ่นภายในโรงเรียนและการส่งต่อไปยังคลินิคในชุมชน

ในการถอดบทเรียนได้ทำการสำรวจความเห็นของวัยรุ่นในเรื่องการใช้บริการด้านสุขภาพทางเพศ พบว่าปัจจัยสำคัญที่จะทำให้วัยรุ่นเข้ามาใช้บริการ คือ ความมั่นใจว่า เจ้าหน้าที่ผู้ให้บริการทุกระดับทั้งในโรงเรียนและในศูนย์บริการสุขภาพระดับชุมชนสามารถรักษาความลับได้จริง

นิยาม และความสำคัญของการรักษาความลับ
การรักษาความลับ หมายถึงการที่ผู้ให้บริการเก็บรักษาเรื่องราวต่างๆ ที่อยู่ในกระบวนการดูแลสุขภาพระหว่างผู้ให้บริการและผู้รับบริการคือวัยรุ่นไว้เป็นความลับ ซึ่งการรักษาความลับนี้ไม่ได้มีเพียงแค่ระหว่างแพทย์ผู้ให้การรักษา หรือเจ้าหน้าที่ให้คำปรึกษาเท่านั้น แต่ต้องรวมถึงเจ้าหน้าที่ฝ่ายทะเบียน ธุรการ และผู้ที่ทำการตรวจวิเคราะห์ผลในห้องแล็ปด้วย

จากผลสำรวจวัยรุ่นกับการให้บริการและการรักษาความลับ พบว่า

  • แม้จะไว้วางใจหมอที่ให้การรักษาหรือเจ้าหน้าที่ให้คำปรึกษา แต่มีวัยรุ่นที่ไม่เชื่อมั่นว่าเจ้าหน้าที่ในแผนกอื่นซึ่งเกี่ยวข้องจะรักษาความลับของตนได้เช่นเดียวกับหมอ
  • เมื่อวัยรุ่นที่มาขอคำปรึกษาหรือขอรับริการรู้ถึงข้อจำกัดของการรักษาความลับ จะกังวลถึงผลที่ตามมาและส่งผลให้เกิดความไม่เชื่อมั่นในการรักษาความลับ
  • วัยรุ่นร้อยละ 88 เห็นว่าเจ้าหน้าที่และผู้เกี่ยวข้องกับการให้บริการต้องไม่เปิดเผยความลับของการรักษาต่อเพื่อนๆ ที่เขารู้จัก และร้อยละ 60 ไม่ต้องการให้เรื่องที่เขามารับบริการรู้ถึงพ่อแม่ ผู้ปกครอง
  • มีผลการศึกษาหลายแห่งพบว่า วัยรุ่นให้ความไว้วางใจแก่เภสัชกรในร้านขายยามากกว่า และเชื่อว่าเภสัชกรสามารถให้ข้อมูลทุกอย่างที่ต้องการได้ ทั้งที่เมื่อสำรวจเภสัชกรในร้านขายยาพบว่าร้อยละ 47 ไม่มีมุมให้คำปรึกษาส่วนตัวในร้านของตัวเอง มีเภสัชกรเพียงร้อยละ 23 ที่ได้รับการอบรมและมีความรู้เรื่องการรักษาความลับเมื่อให้บริการแก่วัยรุ่น และมีเพียงร้อยละ 7 มีความรู้ในเรื่องกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการยินยอมให้การรักษาแก่วัยรุ่น

ข้อแนะนำสำหรับการให้บริการด้านสุขภาพแก่วัยรุ่นในโรงเรียนและในศูนย์บริการที่เชื่อมต่อกับโรงเรียน

  • ต้องถือว่าการรักษาความลับของวัยรุ่นคือเรื่องสำคัญ และเป็นเรื่องส่วนตัวของวัยรุ่น
  • ต้องปฏิบัติต่อวัยรุ่นด้วยการเคารพ และเห็นว่าวัยรุ่นทุกคนคือมนุษย์ที่มีสิทธิเท่าเทียมกันในการได้รับการรักษา
  • ต้องทำให้การเข้ามารับบริการเป็นเรื่องง่าย สะดวกสบายสำหรับวัยรุ่น ไม่มีข้อจำกัดเรื่องเวลาในการให้บริการ หรือจัดช่วงเวลาให้บริการที่สอดคล้องกับวิถีชีวิตของวัยรุ่นแต่ละกลุ่ม รวมทั้งคำนึงความสะดวกในการเดินทางเพื่อมารับบริการ
  • ให้บริการแบบ One Stop Service โดยบูรณาการงานทุกด้านไว้ด้วยกัน เพื่อลดปัญหาในเรื่องการตีตรา เหมารวมจากผู้มารับบริการกลุ่มอื่น
  • ต้องมีค่าใช้จ่ายในการมารับบริการน้อยที่สุด หรือสามารถให้บริการฟรีได้
  • การให้บริการรักษาในทุกเรื่องต้องมีบริการให้ความรู้และการให้คำปรึกษาก่อนและหลังร่วมด้วย ทั้งการตรวจรักษาโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ การตรวจเลือดหาเชื้อเอชไอวี สำหรับตรวจการตั้งครรภ์ ต้องมีทางเลือกอื่นๆ ไว้ให้วัยรุ่นด้วย
  • สนับสนุนให้เกิดช่องทางการสื่อสารร่วมกันระหว่างพ่อแม่ผู้ปกครองและวัยรุ่นที่มารับบริการ
  • ต้องจัดบริการที่มีอยู่ให้มีลักษณะยืดหยุ่น และสอดคล้องกับวิถีชีวิต รวมทั้งวัฒนธรรมของวัยรุ่นในแต่ละกลุ่ม

เรียบเรียงจาก  Best Practices for Youth Friendly Clinical Services

print

Leave a Reply