ผลวิจัยที่ตีพิมพ์ในวารสารสุขภาพวัยรุ่น (Journal of Adolescent Health) กล่าวว่าวัยรุ่นเรียนรู้จากความผิดพลาดของเพื่อนได้ ซึ่งขัดแย้งกับความเชื่อที่รับรู้กันว่าวัยรุ่นรับอิทธิพลจากเพื่อนจึงชอบทำตามเพื่อน โดยทีมวิจัยได้ทำการศึกษาหญิงสาวสองกลุ่ม คือ กลุ่มที่มีเพื่อนเป็นแม่ตั้งแต่เป็นวัยรุ่น กับกลุ่มที่มีเพื่อนตั้งท้องแต่แท้งลูก เพื่อศึกษาว่าเหตุการณ์ทั้งสองนี้มีผลอย่างไรต่อการตัดสินใจเลือกมีเพศสัมพันธ์ ตั้งท้อง คลอดลูก และแต่งงานในสมัยที่ยังเป็นวัยรุ่น รวมถึงการตัดสินใจเกี่ยวกับการศึกษา แต่งงาน และสร้างครอบครัวเมื่อเป็นผู้ใหญ่ โดยผู้วิจัยได้สำรวจหญิงสาวจำนวน 595 คนทั่วสหรัฐอเมริกา ด้วยวิธีสัมภาษณ์ติดตามต่อเนื่องหลายปี เริ่มตั้งแต่ปี 2537-2538 ซึ่งเป็นช่วงที่กลุ่มตัวอย่างยังเป็นวัยรุ่นตอนต้น

ผลการศึกษาเมื่อเทียบกับกลุ่มผู้หญิงที่มีเพื่อนทำแท้ง พบว่ากลุ่มที่มีเพื่อนเป็นแม่วัยรุ่นมีเพศสัมพันธ์ ตั้งครรภ์ หรือแต่งงานในตอนที่เป็นวัยรุ่นต่ำกว่าและมีแนวโน้มศึกษาจนจบขั้นปริญญาตรีสูงกว่า

ดร. โอลกา ยาคูชีวา แห่งมหาวิทยาลัยมิชิแกน แอนน์อาร์เบอร์ ผู้ร่วมวิจัย ให้สัมภาษณ์ทางโทรศัพท์กับสายข่าวสุขภาพแห่งรอยเตอร์ว่า “วัยรุ่นสามารถเรียนรู้จากความผิดพลาดของเพื่อนได้ เราจะเห็นคนเดินตามรอยเพื่อนไปทางนั้นน้อยกว่า ทั้งที่เคยเชื่อกันว่าวัยรุ่นมักได้รับอิทธิพลจากเพื่อน”

นอกจากนั้น หญิงสาวในกลุ่มที่มีเพื่อนเป็นแม่วัยรุ่นมีแนวโน้มที่ตัวเองกลายเป็นแม่วัยรุ่นน้อยกว่ากลุ่มที่มีเพื่อนแท้งลูกถึงร้อยละ 5  โดยดร. โอลกาให้ข้อมูลว่า “เราพบว่าทุก 100 คนจากกลุ่มที่มีเพื่อนแท้งลูก มีหญิง 16 คน กลายเป็นแม่ แต่อีกกลุ่มหนึ่ง (ที่มีเพื่อนเป็นแม่วัยรุ่น) มีสัดส่วนน้อยกว่า คือมีเพียง 11 คนที่กลายเป็นแม่”

ในปี พ.ศ. 2543-2544 ซึ่งเป็นปีที่ห้าหลังจากการศึกษาพบว่าผู้หญิงที่มีเพื่อนเป็นแม่วัยรุ่น มีเพศสัมพันธ์จำนวนเฉลี่ยน้อยกว่าผู้หญิงที่มีเพื่อนแท้งลูกถึง 25 ครั้ง

สำหรับโอกาสในการแต่งงานก่อนอายุ 20 ปี นั้น เมื่อเทียบกันแล้วพบว่าผู้หญิงที่มีเพื่อนเป็นแม่วัยรุ่นมีโอกาสแต่งงานก่อนอายุ 20 ปี น้อยกว่าผู้หญิงที่มีเพื่อนแท้งลูก คิดเป็นร้อยละ 6 ส่วนผู้หญิงจากกลุ่มที่มีเพื่อนเป็นแม่วัยรุ่นมีแนวโน้มจบการศึกษาขั้นปริญญาตรีสูงกว่าร้อยละ 8

ทีมวิจัยรายงานว่าไม่พบผลกระทบระยะยาวด้านรายได้ อาจเพราะเป็นระยะเริ่มต้นทำงานของหญิงสาวที่มีวุฒิปริญญาตรีก็ได้ ข้อสังเกตคือ เมื่อความถี่ในการมีเพศสัมพันธ์น้อยลงย่อมสะท้อนว่าหญิงสาวมีแนวโน้มประสบความสำเร็จในการหลีกเลี่ยงการตั้งครรภ์

เจน แชมป์เปียน ผู้เชี่ยวชาญด้านแผนงานปรับพฤติกรรมการตั้งครรภ์ในวัยรุ่นแต่ไม่มีส่วนร่วมในการศึกษาวิจัยครั้งนี้ให้ความเห็นว่าการตีตราอาจเป็นเหตุผลหนึ่งที่ทำให้ผู้หญิงจากกลุ่มที่มีเพื่อนเป็นแม่วัยรุ่นตัดสินใจเลือกไม่ตั้งครรภ์ก็ได้ โดยเจนกล่าวว่าวัยรุ่นส่วนใหญ่ที่พบว่าตัวเองตั้งครรภ์จะลาออกจากโรงเรียนกลางคัน หรือไปเรียนต่อในโรงเรียนทางเลือกรูปแบบอื่น ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อชีวิตทางสังคม  “เด็กวัยรุ่นที่ตั้งท้องมักถูกผลักไสออกจากชุมชน แวดวงเพื่อนฝูงก็ไม่ยอมรับให้เข้ากลุ่มเหมือนเดิม อาจด้วยสาเหตุนี้ที่กระทุ้งให้วัยรุ่นรับรู้และตระหนักถึงผลที่ตามมาจากการตั้งครรภ์”

ดร. โอลกา ให้ข้อสังเกตว่าการป้องกันการตั้งครรภ์ในวัยรุ่นตอนต้นถือว่ามีความสำคัญ “ผลจากการศึกษาครั้งนี้ทีมงานวิจัยมีข้อเสนอว่า นอกจากให้ความรู้เพื่อให้เด็กรู้จักหลีกเลี่ยงการตั้งท้องแล้ว เราน่าจะสอนด้วยว่าทำไมจึงไม่ควรท้องในขณะที่เป็นวัยรุ่น” โดยแนะนำว่าเด็กวัยรุ่นควรมีโอกาสสัมผัสความเป็นจริงของการตั้งครรภ์

“เราต่างก็เห็นแล้วว่าวิธีการสอนแบบเดิมๆ ที่ให้เด็กอ่านจากหนังสือหรือผู้ใหญ่มาพูดว่าอะไรดีไม่ดีนั้นไม่ส่งผลสำเร็จในเรื่องการป้องกันการตั้งครรภ์ตามที่คาดหวัง ถ้าเราจะให้อัตราการตั้งครรภ์ในวัยรุ่นลดลง ระบบการศึกษาในโรงเรียนควรออกแบบให้เด็กได้รับรู้และตระหนักถึงผลที่ตามมาจากการเป็นแม่วัยรุ่นด้วย”

 

เรียงเรียงจาก Girls less likely to get pregnant if a friend has a baby

print

Leave a Reply