01kristof_blog-blog480

กว่าสองทศวรรษมาแล้วที่นักการศึกษาในออสเตรเลีย ซึ่งทำงานเพื่อป้องกันการตั้งครรภ์ในวัยรุ่น ได้ให้เด็กนักเรียนลองเลี้ยงตุ๊กตาทารกแบบเสมือนจริงที่ตั้งโปรแกรมให้มีอาการเหมือนเด็กทารกทั้งร้องไห้ งอแง อ้อแอ้ และทำให้การใช้ชีวิตมีความยากลำบาก เพื่อให้สัมผัสกับประสบการณ์ของการมีลูกอ่อน

“พอมีลูก ชีวิตวัยรุ่นก็จะพลิกผันไปได้หลายทาง… เมื่อได้รู้ได้เห็นการเปลี่ยนแปลงนี้ด้วยตนเอง เขาก็จะเริ่มเรียนรู้ว่า การเป็นพ่อแม่ตอนไม่พร้อมนั้น ไม่ใช่เรื่องน่าสนุก” นี่คือวัตถุประสงค์ที่อธิบายในวิดีโอ แต่ผลวิจัยล่าสุดกลับพบว่า โครงการให้วัยรุ่นเลี้ยงตุ๊กตาทารกนั้นไม่ช่วยป้องกันปัญหาได้จริง เพราะแนวโน้มการตั้งครรภ์ในวัยรุ่นกลับเพิ่มขึ้น

การลดจำนวนการตั้งครรภ์ในวัยรุ่น ถือเป็นความสำเร็จอันสำคัญด้านนโยบายทางสังคมประการหนึ่งของสหรัฐอเมริกา กล่าวคือ ตลอดระยะเวลา 25 ปีที่ผ่านมา อัตราการคลอดของแม่วัยรุ่นทั่วประเทศ ลดลงมากถึงร้อยละ 61 แม้เราจะยังไม่มีวิธีขจัดความยากจนหรือส่งเสริมการศึกษาคุณภาพสูงถ้วนหน้าแก่เยาวชนทุกคน แต่การลดลงของแม่วัยรุ่นถือเป็นขอบเขตการทำงานหายากอย่างหนึ่ง เพราะทำให้เรารู้ว่า อะไรที่ทำแล้วได้ผลดี โครงการที่ยังไม่มีการทดลองเป็นส่วนใหญ่ดังเช่นโครงการนี้ จึงนำมาซึ่งคำถาม

งานวิจัยชิ้นล่าสุดตีพิมพ์ในวารสาร The Lancet   ทำการศึกษาหลักสูตรการเป็นพ่อแม่เด็กอ่อนเสมือนจริง หรือ Virtual Infant Parenting (VIP) ในเมืองเพิร์ท ประเทศออสเตรเลีย ซึ่งประกอบด้วยการบรรยายเกี่ยวกับการอบรมเลี้ยงดูเด็กและการลองเลี้ยงลูกแบบเสมือนจริงโดยนำตุ๊กตาทารกไปเลี้ยงในช่วงสุดสัปดาห์ หลักสูตร VIP ประยุกต์ใช้หลักสูตรของสหรัฐอเมริกาที่ดำเนินการโดย Realityworks ซึ่งเมื่อก่อนรู้จักกันในชื่อ “Baby Think It Over” หรือ “ใคร่ครวญให้ดีก่อนคิดจะมีลูก”

การศึกษาครั้งนี้เปรียบเทียบเด็กนักเรียนหญิงอายุระหว่าง 13-15 ปี ที่อยู่ในหลักสูตร VIP จำนวน 1,267 คน กับเด็กหญิงที่อยู่ในหลักสูตรเพศศึกษาตามแบบแผนอีก 1,567 คน

ผลการวิจัยพบว่า เด็กนักเรียนหญิงที่เข้าร่วมหลักสูตร VIP มีแนวโน้มในการตั้งครรภ์สูงกว่าเด็กหญิงที่ไม่ได้เข้าร่วมหลักสูตร VIP อีกทั้งมีประสบการณ์คลอดบุตรและยุติการตั้งครรภ์ก่อนอายุยี่สิบปี

แซลลี่ บริงก์แมน หัวหน้าโครงการศึกษาวิจัย เปิดเผยกับ NPR ว่า “มีเด็กหญิงที่ตัดสินใจตั้งท้องจนคลอดแทนที่จะเลือกยุติการตั้งครรภ์เป็นจำนวนมาก เราจึงมีตัวเลขที่มากขึ้นทั้งอัตราการตั้งครรภ์ในวัยรุ่น และในจำนวนการตั้งครรภ์นี้ เด็กมีแนวโน้มตั้งท้องต่อไปจนคลอดสูงกว่าอีกด้วย”

ยังไม่มีการยืนยันอย่างชัดเจนว่า ทำไมตุ๊กตาทารกจึงมีส่วนเพิ่มอัตราการตั้งครรภ์ในวัยรุ่น อาจเป็นเพราะการเลี้ยงตุ๊กตาเหล่านี้เป็นเรื่องสนุก ซึ่งไปกระตุ้นให้วัยรุ่นเห็นภาพว่าตนสามารถเป็นพ่อแม่ได้ แทนที่จะเป็นการตักเตือนเพื่อไม่ให้อยากเป็นพ่อแม่ก่อนวัยอันควร

จูเลีย ควินลิวาน ศาสตราจารย์ด้านสูตินรีเวชวิทยาแห่งมหาวิทยาลัยนอเทรอดาม ออสเตรเลีย ระบุในบทความประกอบรายงานว่า “วัยรุ่นผู้ดูแลตุ๊กตาทารกได้รับการตอบรับที่ดีจากกลุ่มเพื่อนและครอบครัวในช่วงอายุที่กำลังต้องการความสนใจดังกล่าว” ทั้งยังตั้งสมมติฐานว่าที่โครงการนี้ล้มเหลวอาจเป็นเพราะมุ่งให้ความรู้แก่กลุ่มวัยรุ่นหญิงเท่านั้น หรือเพราะการให้ความรู้นี้ล่าช้าเกินไปสำหรับช่วงชีวิตวัยรุ่น

ในสหรัฐอเมริกา มีการใช้ตุ๊กตาทารกเสมือนจริงที่คล้ายกันนี้ประมาณ 2/3 แห่งของเขตพื้นที่การศึกษาทั้งหมด ตามข้อมูลของสกอตต์ เจมสัน เจ้าหน้าที่ประชาสัมพันธ์ของ Realityworks กล่าวว่าหลักสูตร Realityworks ครอบคลุมกว้างขวางกว่าหลักสูตรของโครงการ VIP ทั้งยังกล่าวว่าข้อสรุปของการศึกษาวิจัยมีความบกพร่อง เป็นเพราะเด็กผู้หญิงที่เข้าร่วมในโครงการศึกษาวิจัยนี้มีฐานะยากจนกว่าเด็กผู้หญิงในกลุ่มควบคุม ซึ่งเป็นปัจจัยที่ถูกกล่าวถึงในส่วนอภิปรายผลการทดลองในบทความดังกล่าว

จากข้อมูลของ สถาบันกัตแมเชอร์ พบว่าสาเหตุสำคัญที่อัตราการเกิดลดลงอย่างมากทั่วสหรัฐอเมริกา เพราะวัยรุ่นใช้การคุมกำเนิดและใช้อย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น โดยโครงการที่ครอบคลุมรอบด้านไม่เพียงให้บริการอุปกรณ์การคุมกำเนิด แต่ยังรวมถึงการดูแลรักษาทางการแพทย์ นักสังคมสงเคราะห์ อาจารย์ผู้สอน และการฝึกอาชีพ การทำงานอย่างรอบด้านเช่นนี้พิสูจน์ให้เห็นว่ามีประสิทธิภาพ

แต่การศึกษาของออสเตรเลียแสดงให้เห็นว่า โครงการที่ยังไม่มีการทดสอบแต่อ้างว่าสามารถป้องกันการตั้งครรภ์ในวัยรุ่นได้นี้ ไม่ควรนำไปใช้ในชั้นเรียนเพศศึกษา จูเลีย ควินลิวาน ระบุว่า “การแก้ปัญหาตั้งครรภ์ในวัยรุ่นนั้นยากกว่าการใช้ตุ๊กตาเสมือนจริง เราจึงไม่อาจแก้ปัญหาที่เร่งด่วนด้วยวิธีนี้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อเห็นแล้วว่ามันไม่ได้ผล

ตุ๊กตาทารกเสมือนจริงทำงานอย่างไร

ตุ๊กตาทารก (RealCare Baby) ให้ผู้ใช้มีส่วนร่วมในกิจกรรมเชิงปฏิบัติเสมือนจริง ดังนี้

  • ร้องไห้โยเยเมื่อต้องการสิ่งต่างๆ เช่น ต้องการให้ป้อนนม ทำให้เรอ ไกวให้หลับ ให้เปลี่ยนผ้าอ้อม
  • ร้องอ้อแอ้เมื่อได้รับสิ่งที่ต้องการ

ตุ๊กตาทารกจำลองที่ติดตั้งโปรแกรมควบคุมด้วยอิเล็กทรอนิกส์นี้จะแสดงความรับผิดชอบของผู้ใช้โดยมีการติดตาม ตรวจวัด และรายงานผลให้รู้ว่ามีกิจกรรมใดบ้างที่ได้รับการดูแล และมีการกระทำใดที่ผิดพลาด (ทารกถูกเขย่า การพยุงศีรษะ การอุ้มหรือวางผิดท่า) รวมทั้งรายงานอุณหภูมิที่อยู่โดยรอบ

กลุ่มเป้าหมาย
สามารถใช้ในชั้นเรียนหรือใช้เป็นกิจกรรมเสริมประสบการณ์นอกห้องเรียน โดย“หุ่นยนต์” ทารกโต้ตอบเสมือนจริงตัวนี้จะให้บทเรียนในเรื่อง

  • การป้องกันการตั้งครรภ์ในวัยรุ่น
  • การดูแลเด็ก ทักษะการประกอบอาชีพด้านการอนุบาลและดูแลสุขภาพเด็กเล็ก
  • การป้องกันการล่วงละเมิดเด็ก
  • ทักษะการเป็นพ่อแม่ในการอบรมเลี้ยงดูเด็ก
  • อนามัยและสุขภาพของทารก
  • เพศศึกษา

print

Leave a Reply