%e0%b8%a0%e0%b8%b4%e0%b8%81%e0%b8%a9%e0%b8%b8%e0%b8%93%e0%b8%b5
ภิกษุณีอานี ทันดิม หลำ ทำหน้าที่เผยแพร่คำแนะนำด้านสุขภาพและสิทธิมนุษยชน เพื่อหวังจะเปลี่ยนแปลงชีวิตของสามเณรีและเยาวชนชาวภูฏานไปในทางที่ดีขึ้น เครดิตภาพ ©United Nations/Tim Jenkins

เมื่อพูดถึงเรื่องการให้ความรู้ด้านเพศกับคนในสังคม แม่ชีอาจจะเป็นกลุ่มบุคคลลำดับท้ายๆ ที่จำเป็นต้องได้รับการศึกษาเรื่องสุขภาวะทางเพศและอนามัยการเจริญพันธุ์ แต่ที่เมืองทิมพู ภูฏาน ประเทศเล็กๆ บนเทือกเขาหิมาลัยที่ไม่มีทางออกสู่ทะเลแห่งนี้ นักบวชสตรีต่างได้รับการพัฒนาศักยภาพเพื่อหวังให้นำไปเผยแพร่ต่อให้กับสมาชิกในชุมชน

ประเทศภูฏานมีภิกษุ ภิกษุณี สามเณร และสามเณรี หลายพันรูปอยู่ในวัดวาอารามกว่า 200 แห่งทั่วประเทศ โดยส่วนใหญ่แล้วจะกระจุกตัวอยู่บนพื้นที่เทือกเขาอันห่างไกล ผู้หญิงไม่ว่าจะอายุเท่าใดก็สามารถบวชเป็นสามเณรีหรือภิกษุณีได้ หลายคนบวชตั้งแต่อายุ 5 ขวบ จึงไม่ได้รับการศึกษาในระบบ และเนื่องจากการสนับสนุนจากภาครัฐมีอย่างจำกัด อีกทั้งภิกษุณีอารามส่วนใหญ่ก็มีพระสงฆ์เป็นเจ้าอาวาส สามเณรีและภิกษุณีจึงมักขาดข้อมูลพื้นฐานด้านการดำรงชีวิตที่ส่งผลต่อสุขภาพ

ภิกษุณีอานี ทันดิม หลำ อายุ 22 ปี กับภิกษุณีอื่นๆ รวม 150 รูป จากทั่วประเทศ ได้รับความรู้เพศวิถีที่เน้นทักษะชีวิต ซึ่งจัดโดยมูลนิธิภิกษุณีแห่งภูฏาน ร่วมกับ UNFPA การอบรมครั้งนี้ได้ให้ข้อมูลเกี่ยวกับสุขภาวะทางเพศและอนามัยการเจริญพันธุ์ผู้หญิง ตลอดจนสิทธิมนุษยชนของสตรี ซึ่งรวมถึงสิทธิในสภาพที่ปลอดจากความรุนแรง

ภิกษุณีอานี หลำ ให้สัมภาษณ์ที่ซังเชิน ดอร์จี เหลินดรูป ภิกษุณีอารามที่เมืองปูนาคา เมืองหลวงเดิมของประเทศภูฏานว่า “ฉันได้เรียนเรื่องสุขอนามัย วิธีดูแลร่างกายตัวเองในช่วงมีประจำเดือน และเราไม่ควรรู้สึกอับอาย เพราะนี่เป็นเรื่องธรรมชาติ อีกทั้งการศึกษาด้านทักษะชีวิตยังมีส่วนช่วยได้มาก ทั้งในตอนนี้และต่อไปในภายหน้า” ภิกษุณีอานี หลำบวชหลังจากจบมัธยมศึกษาตอนปลายแล้ว

แม้ภิกษุณีจะแต่งงานไม่ได้ แต่การศึกษาเรื่องนี้ก็มีคุณค่าสำหรับพวกท่าน เพราะในฐานะผู้นำชุมชนผู้เป็นแหล่งข้อมูลความรู้ ท่านจะต้องถ่ายทอดบทเรียนเหล่านี้ไปสู่สมาชิกในชุมชนต่อไป

ภิกษุณีอานี หลำ ทำงานร่วมกับภิกษุณีรูปอื่นๆ ในการเผยแพร่ความรู้แก่เด็กหญิงและหญิงสาว ทั้งนักบวชและฆราวาส โดยจัดสรรช่วงเวลาทั้งแบบจับเข่าสนทนาและแบบการเรียนกลุ่มย่อย และยังทำงานเพื่อปรับแก้ความเข้าใจผิดเรื่องเพศอีกด้วย “เมื่อมีทักษะชีวิตเหล่านี้ เราจะสามารถช่วยเหลือได้ทั้งตนเองและผู้อื่น” ท่านกล่าวกับ UNFPA

%e0%b9%80%e0%b8%a2%e0%b8%b2%e0%b8%a7%e0%b8%8a%e0%b8%99%e0%b9%80%e0%b8%a1%e0%b8%b7%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%9b%e0%b8%b9%e0%b8%99%e0%b8%b2%e0%b8%84%e0%b8%b2
เยาวชนที่นี่จำเป็นต้องได้รับความรู้ด้านสุขภาพ ร่างกาย และสิทธิของตนเอง เพื่อการตัดสินใจที่ดีต่อสุขภาพ เครดิตภาพ©United Nations/Tim Jenkins

การเข้าถึงเยาวชนชาวภูฏาน

ตามข้อมูลในรายงานสถานการณ์ประชากรโลก พ.ศ. 2558 การได้รับข้อมูลเกี่ยวกับร่างกายและสิทธิของตนเองเป็นเรื่องจำเป็นที่จะช่วยให้เยาวชนสามารถติดสินใจที่ดีต่อสุขภาพ แต่เยาวชนจจำนวนมากที่อายุต่ำกว่า 24 ปี ซึ่งมีถึงร้อยละ 56 ของประชากรประเทศภูฏาน กลับไม่เคยมีข้อมูลดังกล่าวเลย

งานวิจัยแสดงให้เห็นว่า มีนักเรียนจำนวนไม่ถึงครึ่งหนึ่งที่ได้รับความรู้เรื่องอนามัยการเจริญพันธุ์จากพ่อแม่ และจากข้อมูล การสำรวจสุขภาพแห่งชาติ พ.ศ. 2555 ของรัฐบาล พบว่าผู้หญิงกว่าร้อยละ 74 เชื่อว่ามีเหตุผลที่ยอมรับได้หากสามีจะทุบตีภรรยา ร้อยละ 55 กล่าวว่า สามีสั่งว่าตนเองต้องขออนุญาตก่อนจึงจะไปขอรับบริการสาธารณสุขได้

นอกจากนี้ UNFPA ยังให้การสนับสนุนการดำเนินงานตามหลักสูตรเพศวิถีศึกษารอบด้านในโรงเรียน ซึ่งเป็นแผนการศึกษาที่ช่วยให้เยาวชนได้เรียนรู้ทักษะชีวิตอันมีประโยชน์มหาศาล ได้แก่ วิธีปฏิบัติตัวให้ปลอดภัยจากการตั้งครรภ์ไม่พึงประสงค์และโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ รวมทั้งเรื่องสิทธิมนุษยชน สิทธิเด็กและสตรีก็บูรณาการเข้าไว้ในหลักสูตรนี้ด้วย

ในระดับมหาวิทยาลัยและวิทยาลัยอาชีวศึกษา UNFPA ให้การสนับสนุนโครงการความริเริ่มที่นำโดยเยาวชน เช่น โครงการ YPEER ที่เยาวชนเป็นผู้หยิบยื่นข้อมูลที่เชื่อถือได้ให้แก่กันและกัน อันเป็นข้อมูลที่เกี่ยวกับสุขภาวะทางเพศและอนามัยเจริญพันธุ์และการรักษาสัมพันธภาพที่ดีต่อสุขภาพโดยการให้เกียรติและเคารพซึ่งกันและกัน

%e0%b8%9e%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%a3%e0%b8%b2%e0%b8%8a%e0%b8%b4%e0%b8%99%e0%b8%b5
สมเด็จพระราชินีซิลเวียแห่งสวีเดนรับสั่งกับนักข่าวขณะพระองค์โดยเสด็จสมเด็จพระราชาธิบดีคาร์ลที่ 16 กุสตาฟ ระหว่างการเสด็จเยือนอารามของภิกษุณีอานี หลำ เมื่อต้นเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา ว่า “นับว่ามีประโยชน์ยิ่งหากภิกษุณีที่นี่ได้รับความรู้ที่ท่านจะนำไปเผยแพร่สู่วงกว้างได้” โดยประเทศสวีเดนร่วมกับ UNFPA สนับสนุนโครงการฝึกอบรมครั้งนี้

ความหวังอันสูงสุดสำหรับอนาคต

ปัจจุบัน ผู้ชาย คือเป้าหมายของการสื่อสารเนื้อหาเกี่ยวกับสุขภาวะทางเพศและอนามัยการเจริญพันธุ์ รวมถึงการยุติความรุนแรงทางเพศ โดยใช้ยุทธศาสตร์ RENEW ซึ่งย่อมาจาก Respect, Nurture, Educate, and Empower Women (ให้เกียรติ ให้การอบรมบ่มนิสัย ให้ความรู้ความเข้าใจ และให้ศักยภาพแก่สตรี) ขององค์กรพัฒนาเอกชนในท้องถิ่น

UNFPA ได้จัดอบรมเรื่องสุขภาวะทางเพศและอนามัยการเจริญพันธุ์ในวัดวาอารามต่างๆ ทั่วประเทศ นอกจากภิกษุณีและสามเณรีแล้ว พระภิกษุสามเณรที่เข้าร่วมอบรมครั้งนี้ก็จะสามารถเป็นผู้ช่วยในการเผยแพร่ความรู้ความเข้าใจประเด็นดังกล่าวให้ครอบคลุมชุมชนเป็นวงกว้างได้มากขึ้น

ยีเชย์ ดอร์จี ผู้ช่วยผู้แทน UNFPA ประเทศภูฏาน เปิดเผยว่า “เรากำลังรอวันที่พระภิกษุภิกษุณีทุกรูปจะกล้าพูดคุยอย่างเปิดเผยเกี่ยวกับสุขภาพ เพศวิถี สิทธิ และทางเลือกในการใช้ชีวิต เพราะท่านเหล่านี้ต่างเป็นที่เคารพศรัทธาและมีอิทธิพลต่อผู้คนอย่างมาก หากท่านกล้าสื่อสาร จะช่วยให้เกิดผู้คนและชุมชนที่มีสุขอนามัยเพิ่มขึ้น อยู่ดีมีสุขยิ่งขึ้น และมีข้อมูลรอบด้านมากขึ้นจนขยายไปทั้งประเทศ”

เมื่อมองไปยังอนาคตข้างหน้า  ภิกษุณีอานี หลำ คาดหวังสูงกับเด็กและผู้หญิงทั่วประเทศ โดยกล่าวว่าหากเราสื่อสารกับคนกลุ่มนี้ได้แล้ว เขาก็จะนำเรื่องราวไปเผยแพร่ต่อ และทิ้งท้ายว่า

“ถ้าเราสอนเด็กผู้หญิงสักคนในบ้านสักหลังได้แล้ว เธอก็จะสอนคนอื่นในบ้านได้จนครบทุกคน”

 

แปลจาก Nuns schooled on sexual and reproductive health in Bhutan

print

Leave a Reply