องค์การอนามัยโลก เผยแพร่รายงานล่าสุดถึงผลการสำรวจแผนงาน โครงการต่างๆ ที่ถูกประเมินว่ามีประสิทธิภาพสูงในการทำงานส่งเสริมสุขภาพทางเพศในกลุ่มวัยรุ่นอายุ 10-24 ปี พบว่าไม่มีโครงการหรือแผนงานใดที่ทำแบบเดียวแล้วได้ผลกับเยาวชนทุกคนหรือตอบสนองความต้องการของเยาวชนทุกด้าน

นอกจากนั้น ยังพบว่าแผนงานที่อยู่ในระดับคุณภาพดีจำนวนมากเหมาะกับบริบทจำเพาะที่มุ่งผลลัพธ์เฉพาะด้านเท่านั้น และยังจำเป็นต้องหาหลักฐานเพิ่มเติมเพื่อแสดงว่าแผนงานเหล่านี้สามารถนำไปประยุกต์ใช้กับบริบทอื่นๆ หรือช่วยยกระดับผลลัพธ์ด้านสุขภาวะทางเพศและอนามัยการเจริญพันธุ์ในวัยรุ่นได้จริง

รายงานดังกล่าวดำเนินการโดยใช้วิธีประเมินอย่างเป็นระบบเพื่อดูหลักฐานเชิงประจักษ์จากงานวิจัยคุณภาพ (เป็นงานวิจัยเกี่ยวกับแผนงานที่ผ่านเกณฑ์ที่กำหนดไว้ด้านการออกแบบ วิธีดำเนินการ และการประเมินผล) เพื่อศึกษาแผนงานที่มีเป้าหมายในการยกระดับสุขภาวะทางเพศและอนามัยการเจริญพันธุ์วัยรุ่นของกลุ่มประเทศรายได้ต่ำและปานกลาง โดยทบทวนงานวิจัยแผนงานที่ทำงานเพื่อแก้ปัญหาสุขภาพเยาวชน 3 เรื่อง ได้แก่ การตั้งครรภ์ไม่พร้อมและการตั้งครรภ์ซ้ำ การแต่งงานในวัยเด็ก และการติดเชื้อโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์รวมทั้งเอชไอวี

ทั้งนี้ ทีมวิจัยได้ทบทวนบทความมากกว่า 57,000 ชิ้น จากการตีพิมพ์ในวารสารที่ควบคุมคุณภาพโดยผู้ทรงคุณวุฒิและเอกสารที่พิมพ์เผยแพร่ในวงจำกัด รวมทั้งรายงานการศึกษาวิจัยเชิงคุณภาพชั้นดีที่มุ่งสร้างการเปลี่ยนแปลงให้เกิดขึ้นกับพฤติกรรมหรือการปฏิบัติตัวของเยาวชน โดยใช้เวลาดำเนินการทบทวนนานกว่าสี่ปีจึงเสร็จสมบูรณ์

ไม่สามารถแก้ปัญหาทุกเรื่องง่ายๆ ด้วยการทำแบบเดียว

แม้ทีมวิจัยสามารถระบุถึงโครงการที่มีคุณภาพดีได้จำนวนหนึ่งก็จริง แต่ไม่มีแผนงานหรือโครงการใดที่พิสูจน์ได้ว่ามีประสิทธิภาพในการแก้ปัญหาให้บรรลุตามเป้าหมายทั้งสามเรื่องในคราวเดียว

ผู้วิจัยตั้งข้อสังเกตว่าแผนงานที่ถูกจัดว่ามีคุณภาพสูง ดำเนินการอย่างดี ผ่านการประเมินอย่างมีคุณภาพ เป็นโครงการที่ประสบความสำเร็จดังเช่นโครงการประเภทให้เงินอุดหนุนแบบมีเงื่อนไข ก็ยังพบว่าไม่มีประสิทธิภาพเมื่อนำไปดำเนินงานในบริบทที่ต่างออกไปในประเทศอื่นๆ หรือเพื่อต้องการแก้ปัญหาให้ได้ผลลัพธ์ทั้งสามเรื่องในเวลาเดียวกัน

มิเชล ฮินดิน นักวิทยาศาสตร์จากองค์การอนามัยโลก ผู้เขียนบทความนี้กล่าวว่า “ไม่มีวิธีการเดียวแก้ได้ทุกปัญหา ส่วนเรื่องประสิทธิภาพก็ขึ้นอยู่กับว่าแผนงานนั้นทำที่ไหน และทำอย่างไร”

แม้จะไม่มีโครงการใดที่ใช้วิธีการเดียวแล้วแก้ปัญหาทั้งสามเรื่องพร้อมกันได้ผล แต่การศึกษาครั้งนี้พบว่ามียุทธศาสตร์คุณภาพสูงหลายเรื่องที่ส่งผลเชิงบวกต่อสุขภาวะทางเพศและอนามัยการเจริญพันธุ์วัยรุ่น โดยเฉพาะด้านการเป็นข้อมูลที่ดีสำหรับการลงทุนเชิงกลยุทธ์ในบริบทที่แตกต่างกันทั้งประชากรและพื้นที่เป้าหมาย

ยุทธศาสตร์การดำเนินงานที่มีประสิทธิภาพสูง 

การป้องกันการตั้งครรภ์ไม่พร้อมและตั้งครรภ์ซ้ำในวัยรุ่น

ยุทธศาสตร์ที่ต้องการแก้ปัญหานี้ซึ่งมีคุณภาพสูงและมีประสิทธิภาพอย่างต่อเนื่อง ได้แก่ การให้บริการการคุมกำเนิดโดยตรง (จีน เคนยา) การให้ความรู้แบบเพื่อนช่วยเพื่อน (อินเดีย แคเมอรูน) และการรณรงค์ผ่านสื่อมวลชน (อินเดีย) เพื่อลดการตั้งครรภ์ไม่พึงประสงค์

จากการวิจัยพบว่าการให้บริการวิธีคุมกำเนิดมีความสำคัญอย่างมีเหตุผลและมีหลักฐานสนับสนุนว่าประสบผลสำเร็จในการเพิ่มสถิติการใช้วิธีคุมกำเนิดในชุมชน (จีน) เพิ่มจำนวนการใช้และให้วิธีการที่มีประสิทธิภาพมากขึ้นแก่ผู้ขอรับบริการ (เคนยา) และลดโอกาสล้มเหลวในการเข้าถึงเยาวชนหญิงหลังยุติการตั้งครรภ์ (จีน)

การป้องกันการติดเชื้อโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์และเอชไอวี 

จากการสำรวจยุทธศาสตร์ที่เน้นด้านการลดพฤติกรรมเสี่ยงทางเพศ เช่น ลดจำนวนคู่นอน และส่งเสริมการใช้ถุงยางอนามัย พบว่ามีแผนงานคุณภาพสูงมากกว่าครึ่งหนึ่งที่สามารถลดจำนวนการวินิจฉัยพบการติดเชื้อหรืออาการของโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ลงได้อย่างมีนัยสำคัญ ได้แก่ โครงการรณรงค์ผ่านสื่อมวลชน (แอฟริกาใต้ มาลาวี และแคเมอรูน)

สำหรับโครงการที่ริเริ่มวิธีวินิจฉัยที่มีค่าใช้จ่ายค่อนข้างต่ำและใช้การทดสอบในห้องปฏิบัติการเพื่อวินิจฉัยโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์พบว่ามีความแม่นยำ ทั้งยังเป็นมาตรการที่ดีกว่า ได้แก่  โครงการตรวจหาเชื้อเอชไอวีและ/หรือเชื้อไวรัสเริมชนิดที่ 2 (ซึ่งอาจทำให้เกิดโรคเริมที่อวัยวะเพศ) ในเยาวชน (เคนยา มาลาวี แอฟริกาใต้ และซิมบับเว)

การป้องกันการแต่งงานในวัยเด็ก

ยุทธศาสตร์ส่วนใหญ่ที่มีคุณภาพสูงซึ่งทำงานด้านป้องกันการแต่งงานในวัยเด็กต่างมุ่งเน้นไปที่การส่งเสริมให้ครอบครัวของเด็กผู้หญิงตระหนักว่าการอยู่ในระบบโรงเรียนนั้นมีความสำคัญต่อเด็กหญิงมากกว่าการแต่งงาน ได้แก่ โครงการประเภทให้แรงจูงใจทางการเงินแก่ครอบครัว เช่น จ่ายเงินอุดหนุน (มาลาวี เม็กซิโก)  มอบเครื่องแบบนักเรียนซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของค่าใช้จ่ายในการส่งเด็กไปโรงเรียน (เคนยา ซิมบับเว)  จากการสำรวจพบว่าโครงการเหล่านี้ซึ่งถูกประเมินว่ามีคุณภาพและประสบความสำเร็จในการลดสัดส่วนของเด็กหญิงที่เข้าสู่การแต่งงานในวัยเด็กลง หรือสามารถยืดเวลาการแต่งงานออกไปได้นั้น ต้องเป็นโครงการที่ทำทั้งสองเรื่องไปพร้อมกัน และแม้แรงจูงใจทางการเงินจะมีประสิทธิภาพในการป้องกันการแต่งงานในวัยเด็ก แต่การดำเนินโครงการประเภทนี้มีความยากในด้านการหาแหล่งเงินทุน การทำให้ยั่งยืน และการขยายวงครอบคลุมให้กว้างขึ้น

ทำโครงการให้ได้ผล ต้องใช้รายงานข้อมูลที่ดี

ทีมวิจัยมีข้อเสนอแนะให้สนใจเรื่องการปรับปรุงวิธีรายงานและตัวข้อมูลให้ละเอียดถี่ถ้วนและครอบคลุมยิ่งขึ้น ซึ่งรวมถึงจุดเน้นที่กว้างขึ้นว่าแผนงานใดได้ผลดีในด้านใด และมีการออกแบบวางแผนอย่างไร นำไปดำเนินการอย่างไร และประเมินผลการดำเนินงานอย่างไร

มิเชล ฮินดิน ให้ความเห็นว่า “เมื่อเรามีชุดข้อมูลดีขึ้น เราก็จะเข้าใจมากขึ้นว่าแผนงานใดได้ผล และที่ได้ผลนั้นได้ที่ไหน และได้ผลอย่างไร ผู้จัดการโครงการและผู้สนับสนุนงบประมาณจำเป็นต้องมีข้อมูลเหล่านี้ในการทำงานเพื่อสร้างความแตกต่างอย่างยั่งยืนให้เกิดขึ้น”

รายงานผลการศึกษายังแสดงให้เห็นถึงความจำเป็นว่าการทำโครงการให้ได้ผลดีต้องทำทั้งการออกแบบ การนำไปปฏิบัติ และการประเมินผล เพื่อให้บรรลุผลสำเร็จยั่งยืน และยกระดับการครอบคลุมได้เต็มศักยภาพ

 

แปลจาก What works to improve young people’s sexual and reproductive health

อ่านเอกสารงานวิจัยเพิ่มเติม

print

Leave a Reply