aword_may16

เด็กทุกคนล้วนต้องการผู้ใหญ่ในชีวิตอย่างน้อยหนึ่งคนที่ไว้ใจได้ สามารถพูดคุย ปรึกษาถึงเรื่องเซ็กส์ ความรัก ความสัมพันธ์ ไปจนกระทั่งเรื่องอนาคต แม้พ่อแม่จะเป็นคนที่มีอิทธิพลมากที่สุดในการตัดสินใจเกี่ยวกับเรื่องเพศก็ตาม แต่คุณป้า คุณลุง เพื่อนบ้าน ครู หรือผู้ใหญ่คนไหนที่เด็กไว้ใจได้ย่อมส่งผลให้ชีวิตของเด็กเปลี่ยนแปลงไปในทางที่ดีขึ้น ซึ่งก็คือคนที่สามารถหยิบยกเรื่องเหล่านี้มาพูดคุยสนทนากับเด็กได้อย่างต่อเนื่องทุกเวลา

วัยรุ่นล้วนต้องการผู้ใหญ่ที่ไว้ใจได้ในชีวิตเพื่อพูดคุยปรึกษาเรื่องเพศ แม้จะไม่แสดงออกให้เห็นก็ตาม ต่อให้วัยรุ่นจำนวนมากรู้สึกว่าไม่เห็นมีผู้ใหญ่คนไหนที่ให้หันหน้าไปพึ่งได้ แต่ทุกคนก็ยังมีคำถาม มีความอยากรู้อยากเห็นและมีการรับรู้ข้อมูลมาอย่างผิดๆ แน่นอนว่ามีผู้ใหญ่ที่กังวลใจหากจะพูดคุยกับลูกหลานวัยรุ่นเกี่ยวกับการคุมกำเนิดด้วยเช่นกัน เพราะกลัวว่าจะเป็นการส่งเสริมให้เด็กมีเซ็กส์ ขณะที่วัยรุ่นเองก็กลัวว่าถ้าถามคำถามเกี่ยวกับเรื่องเพศออกไป จะถูกเหมารวมเอาว่ากำลังจะคิดมีเซ็กส์ เยาวชนจึงต้องการผู้ใหญ่ที่พวกเขาไว้ใจได้จริงเพื่อช่วยหาทางออกให้ว่าจะทำอย่างไรกับเรื่องสัมพันธภาพ และการท้องหรือไม่ซึ่งเป็นเรื่องที่ขึ้นอยู่กับพวกเขาเอง

แม้จะเข้าใจถึงความสำคัญของการพูดคุยแบบเปิดอก แต่การเริ่มต้นที่จะทำเช่นนั้นได้ไม่ใช่เรื่องง่าย เรื่องแบบนี้วงการบันเทิงช่วยได้และทำให้เห็นบ่อยๆ จากการสำรวจพบว่า 2 ใน 3 ของวัยรุ่นที่อายุ 12 -17 ปี เห็นด้วยว่า “ทีวีที่มีเนื้อหาเกี่ยวกับวัยรุ่นท้องจะทำให้ฉันสามารถเข้าใจเรื่องพวกนี้และทำให้คิดได้ว่าเป็นเรื่องที่เสี่ยง” วิธีการใช้สื่อยอดฮิตเพื่อนำเข้าสู่การสนทนาและโยงเข้ากับสถานการณ์จริงจึงช่วยลดแรงกดดัน และทำให้บทสทนาเริ่มต้นได้อย่างไหลลื่น

ซีรีย์เรื่องใหม่ล่าสุดที่กำลังออกอากาศทางช่องซันแดนซ์ “The a Word” ซึ่งมีเนื้อหาเกี่ยวกับการจัดการกับปัญหาครอบครัวในรูปแบบต่างๆ ของคนสามวัยที่อยู่ด้วยกัน คือ เด็ก วัยรุ่น พ่อแม่ มีตอนหนึ่งให้ภาพที่ทรงพลังมากถึงการที่ผู้ใหญ่คนหนึ่งจะกลายมาเป็นคนที่เด็กไว้ใจได้นั้นต้องฝ่าด่านความอึดอัดใจอย่างไรบ้าง สาววัยรุ่นชื่อ รีเบคกา กำลังอยู่กับแฟนหนุ่มชื่อ ลุค ที่บ้านสองต่อสอง และถูกลุงโจจับได้ในบ่ายวันหนึ่งโดยบังเอิญ ลุงโจพูดกับรีเบคกาถึงเรื่องการมีเซ็กส์ทันทีโดยไม่รีรอ รวมทั้งเรื่องความรัก และการดูแลความรู้สึกของตัวเองไปพร้อมกับดูแลร่างกาย แม้ว่ารีเบคกาผู้เป็นหลานจะพยายามบ่ายเบี่ยงเปลี่ยนหัวข้อการสนทนา แต่ลุงก็ไม่ยอมปล่อยให้ผ่านไป เขาเฝ้าถามคำถามเธอไปพร้อมกับให้คำแนะนำด้วย ลุงโจแสดงออกให้รีเบคกาเห็นว่าเธอมีความสำคัญ และสามารถไว้ใจลุงได้มากขนาดไหน

แน่นอนว่าบทสนทนาทำนองนี้ระหว่างเด็กกับผู้ใหญ่ที่ไว้ใจเป็นเรื่องที่จำเป็นพอๆ กับเป็นเรื่องที่ชวนกระอักกระอ่วนใจ แต่สิ่งสำคัญที่ซีรีย์เรื่อง The a Word บอกเราคือไม่ว่าคุณจะเป็นพ่อ แม่ ลุง ป้า น้า อา หรือครู หากคุณมีวัยรุ่นคนหนึ่งที่ไว้ใจตัวคุณ คุณย่อมสามารถสร้างความประทับใจและสร้างความเปลี่ยนแปลงให้เกิดกับวัยรุ่นคนนั้นไปได้ตลอดชีวิต

ลองนึกภาพดูว่าจะเป็นอย่างไรถ้าวัยรุ่นทุกคนมีผู้ใหญ่ที่เขาไว้ใจ สามารถปรึกษาพูดคุยได้อย่างเปิดอกถึงอนาคต รวมทั้งเรื่องควรท้องในเวลาไหน และจะมั่นใจได้อย่างไรว่าทำแบบไหนไม่ท้อง สถิติการตั้งท้องในวัยรุ่นก็คงไม่เป็นปัญหาจนรัฐต้องออกกฎหมายมาป้องกันและแก้ไข

ซันแดนซ์ทีวีผลิตซีรีย์เรื่องนี้ขึ้นมาเพื่อเป็นแหล่งข้อมูลช่วยเหลือพ่อแม่ผู้ปกครองให้นำเอาเรื่องนี้ไปใช้จุดประกายในการพูดคุยกับลูกหลานโดยร่วมมือกับเวบไซต์ thenationalcampaign.org ให้เป็นฝ่ายสนับสนุนข้อมูล เคล็ดลับต่างๆ ในการพูดคุยกับลูกวัยรุ่นทุกเรื่องที่เกี่ยวกับการป้องกันและการตั้งครรภ์ ซึ่งในเวบไซต์ดังกล่าวให้คำแนะนำเกี่ยวกับการทำตัวเป็น “ผู้ใหญ่ที่เด็กไว้ใจได้จริง” ว่า

  1. การยกเรื่องแพศ เรื่องการคุมกำเนิดขึ้นมาคุย ไม่ทำให้เด็กหมกมุ่นหรืออยากจะมีเซ็กส์หรอก เพราะเด็กคิดถึงเรื่องพวกนี้อยู่ก่อนแล้ว พ่อแม่จำนวนมากยังกังวลใจเชื่อว่าถ้าพูดคุยกับลูกเรื่องวิธีคุมกำเนิดจะเป็นการส่งสัญญาณบอกให้ลูกรู้ว่าพ่อแม่เต็มใจให้ลูกไปมีเซ็กส์ แต่จากการวิจัยกลับพบผลตรงกันข้ามว่าการพูดคุยกับลูกเรื่องเพศ ยิ่งช่วยให้เด็กตัดสินใจมีเซ็กส์ช้าลง
  2. อย่าไปเหมารวมว่าการที่ลูกมีคำถามเกี่ยวกับเรื่องเพศ แปลว่าไปทำอะไรแบบนั้นมาแล้ว แต่ควรดีใจที่ลูกเดินเข้ามาหาคุณ เพื่อให้โอกาสคุณได้แบ่งปันความรู้และประสบการณ์ หากคุณปัดลูก เขาก็จะจำไว้ และนั่นอาจเป็นครั้งสุดท้ายที่เขาจะมาถามคุณในเรื่องนี้ และจากผลการสำรวจความเห็นโดย The National Campaign พบว่า เหตุผลข้อแรกที่วัยรุ่นไม่ใช้การคุมกำเนิดก็เพราะกลัวว่าพ่อแม่จะรู้ว่าตัวเองไปมีเซ็กส์ ทั้งที่ในความเป็นจริง พ่อแม่ส่วนใหญ่กลับต้องการเห็นลูกปลอดภัยเมื่อมีเซ็กส์
  3. ทำให้เด็กวัยรุ่นที่อยู่กับคุณรู้ว่าเราสามารถปฏิเสธที่จะไม่มีเซ็กส์ได้ แม้ว่าเราจะเคยพูดว่าได้มาแล้วก็ตาม ทำให้เด็กเรียนรู้ว่าพวกเขาต้องตัดสินใจให้ดีว่าตนเองรู้สึกพร้อมจริงหรือไม่ในแต่ละครั้งที่กำลังจะมีเซ็กส์ เพราะจากการสำรวจพบว่า 2 ใน 3 ของวัยรุ่นที่มีเซ็กส์ บอกว่าจริงๆ แล้วอยากจะถ่วงเวลาออกไป ดังนั้น ผู้ใหญ่จึงต้องทำให้เด็กรู้ว่าการปกป้องความรู้สึกของตนเองนั้นสำคัญพอๆ กับการปกป้องเนื้อตัวร่างกาย
  4. ช่วยให้วัยรุ่นเข้าใจถึงความหมายของเซ็กส์ รัก และวิธีการที่จะบอกถึงความแตกต่างระหว่างสองสิ่งนี้ วัยรุ่นไม่ได้อยากให้ผู้ใหญ่สอนพวกเขาเหมือนในตำราเรียน แต่ต้องการให้ผู้ใหญ่ช่วยเขาค้นหาว่าความสัมพันธ์ที่มีอยู่นั้นเป็นอย่างไร จะรู้ได้อย่างไรตัวเองพร้อมจะมีเซ็กส์แล้วหรือยัง จะรู้ได้อย่างไรว่านี่คือการตกหลุมรัก หรือจะทำอย่างไรเมื่ออกหัก เป็นต้น
print

Leave a Reply