รูปแบบครอบครัวประเภทต่างๆ ของสังคมไทย อันดับ 1 ครอบครัวสามรุ่น 33.6% คือครอบครัวขยายที่มีปู่ย่าหรือตายาย พ่อแม่ และลูก เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องและกลายเป็นครอบครัวประเภทหลักของสังคมไทยในขณะนี้ อันดับ 2 ครอบครัวเดี่ยวที่มีลูก 26.6% ครอบครัวเดี่ยวที่มีพ่อแม่และลูกอยู่ด้วยกัน ซึ่งเคยเป็นครอบครัวประเภทหลักมีจำนวนลดลงจากเดิมครึ่งหนึ่งในช่วง 25 ปีที่ผ่านมา อันดับ 3 ครอบครัวเดี่ยวที่ไม่มีลูก 16.2% ครอบครัวที่ประกอบด้วยสามีและภรรยามีสัดส่วนเพิ่มขึ้น 3 เท่า โดยเพิ่มขึ้นสูงในชนบทมากกว่าในเขตเมือง อันดับ 4 ครัวเรือนอยู่คนเดียว 13.9% มีจำนวนเพิ่มขึ้น 2 เท่าในช่วง 25 ปีที่ผ่านมาทั้งในเขตเมืองและชนบท อันดับ 5 ครอบครัวเลี้ยงเดี่ยว 7.1% มีจำนวนเพิ่มจาก 970,000 ครัวเรือน เป็น 1.37 ล้านครัวเรือนในช่วง 25 ปีที่ผ่านมา โดยส่วนใหญ่เป็นครอบครัวแม่เลี้ยงเดี่ยว

กองทุนประชากรแห่งสหประชาชาติ -UNFPA ร่วมกับ สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ จัดทำรายงานสถานการณ์ประชากรไทย พ.ศ. 2558 เรื่อง “โฉมหน้าครอบครัวไทยยุคเกิดน้อย อายุยืน” โดยศึกษาลักษณะต่างๆ ที่ส่งผลให้ครอบครัวไทยหลักเปลี่ยนแปลงจากเดิมที่เคยเป็นครอบครัวเดี่ยวประกอบด้วยพ่อแม่และลูกเมื่อ 25 ปีที่ผ่านมา  มีการปรับเปลี่ยนโฉมและเกิดครอบครัวหลากหลายรูปแบบขึ้น เช่น ครอบครัวขยาย ประกอบด้วยสมาชิกในครอบครัวที่อยู่รวมกัน 3 รุ่นวัย เป็นประเภทหนึ่งที่มีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้นในสังคมไทย คือประมาณ 1 ใน 3 ของจำนวนครัวเรือนทั้งหมด ขณะที่ครอบครัวเดี่ยวที่ไม่มีลูกก็มีจำนวนเพิ่มขึ้นถึง 3 เท่า สวนทางกับครอบครัวเดี่ยวที่ประกอบด้วย พ่อ แม่ และลูกอยู่รวมกันลดลงครึ่งหนึ่ง และเมื่อดูภาพรวมทั้งประเทศ พบว่ามีครัวเรือนมากกว่า 1 ใน 5 ที่ไม่มีเด็กอาศัยอยู่ในบ้านเดียวกัน

นอกจากนั้น ในการจัดทำรายงานฉบับนี้ ยังพบประเภทครอบครัวข้ามรุ่น ซึ่งประกอบด้วยผู้สูงอายุกับเด็ก มีจำนวนเพิ่มขึ้นถึงสองเท่าจากเดิม แม้เทียบสัดส่วนกับครอบครัวประเภทอื่นแล้วจะมีเพียงร้อยละ 2 ก็ตาม เช่นเดียวกับครัวเรือนอยู่คนเดียว ก็สูงขึ้นเป็นสองเท่าในช่วง 25 ปีที่ผ่านมา และมีแนวโน้มจะสูงขึ้นเรื่อยๆ จนอาจมีสัดส่วนเป็น 1 ใน 4 หรือ 1 ใน 5 ของประเภทครัวเรือนทั้งหมด เนื่องจากคนที่ไม่มีลูกและอยู่คนเดียวมีอายุยืนขึ้น คนหนุ่มสาวเป็นโสดนานขึ้น รวมทั้งผู้ที่มีสถานะหย่าและหม้ายก็ไม่กลับไปอาศัยอยู่กับสมาชิกในครอบครัวเดิมของตน

ในรายงานฉบับนี้ยังได้วิเคราะห์ถึงปัจจัยหลักที่ส่งผลประเภทครอบครัวของสังคมไทยเปลี่ยนโฉมไปจากเดิม ว่ามีสาเหตุมาจาก 7 เรื่องด้วยกัน ได้แก่

  1. คนไทยมีลูกน้อยลง  โดยเมื่อปี 2507 ผู้หญิงวัยเจริญพันธุ์อายุ 15 -49 ปี มีบุตรเฉลี่ย 6 คน แต่ปัจจุบันกลับเฉลี่ยแล้วมีไม่ถึง 2 คน และมีแนวโน้มว่าจำนวนบุตรจะลดลงไปอีก
  2. คนไทยโดยเฉพาะผู้หญิงมีอายุยืนขึ้นกว่าผู้ชาย  เมื่อปี 2507 ผู้หญิงไทยอายุเฉลี่ย 78 ปี ผู้ชายอายุเฉลี่ย 56 ปี ในอีก 25 ปีข้างหน้า (ปี 2583) คาดการณ์ว่าค่าเฉลี่ยของอายุผู้หญิงจะอยู่ที่ 82 ปี ส่วนผู้ชายคาดว่าอายุเฉลี่ยอยู่ที่ 75 ปี
  3. เมื่อมีลูกน้อยลง อายุยืนขึ้นย่อมส่งผลให้โครงสร้างประชากรเปลี่ยนแปลง วัยเด็กลดลง วัยแรงงานลดลง ส่วนวัยสูงอายุเพิ่มขึ้นตามไป
  4. วัยแรงงานย้ายถิ่นเข้าสู่เขตเมืองมากขึ้น แรงงานภาคเกษตรกรรมลดลง การเข้ามาใช้ชีวิตในเมืองย่อมส่งผลต่อการตัดสินใจเริ่มสร้างครอบครัว เพราะมีเงื่อนไขมากขึ้น
  5. หนี้ครัวเรือนสูงขึ้น ทำให้การตัดสินใจว่าจะมีลูกหรือไม่มี จะมีกี่คน และจะมีเมื่อไหร่ จึงมีเงื่อนไขทางเศรษฐกิจเป็นแรงขับสำคัญ เพราะเกี่ยวข้องกับรายได้ เงินออม และโอกาสทางเศรษฐกิจ
  6. ผู้หญิงมีโอกาสเข้าสู่ตลาดแรงงานมากขึ้น เนื่องจากได้รับการศึกษาที่ดีขึ้น ทำให้มีโอกาสได้งานทำที่ดีกว่าตามไปด้วย ส่งผลให้การมีตำแหน่งหน้าที่การงานที่สูงขึ้นกลายเป็นอุปสรรคต่อการมีชีวิตครอบครัวและมีลูก
  7. ความนิยมในการมีครอบครัวแบบมีลูกเปลี่ยนไป จากวิถีชีวิตที่เปลี่ยนแปลง ทำให้การมีลูกกลายเป็นทางเลือกขึ้นกับเศรษฐสถานะ การงาน การศึกษาและความพึงพอใจในการเลือกคู่ชีวิตที่ไม่ได้ต้องอยู่กับเพศตรงข้ามเท่านั้น

อ่านรายงานฉบับเต็ม คลิกที่นี่

print

Leave a Reply