การขับเคลื่อนเพื่อการเปลี่ยนแปลงโดยอาศัยชุมชนเพื่อเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายต่างๆ และการสร้างให้เกิดการทำงานแบบเป็นหุ้นส่วนกัน คือองค์ประกอบสำคัญของการทำงานโดยอาศัยชุมชนเป็นตัวขับเคลื่อน

 เป็นกระบวนการที่มุ่งให้สมาชิกในชุมชนมีความรู้ ความเข้าใจ และพร้อมจะลงมือทำอะไรบางอย่างเพื่อสนับสนุนการทำงานอาทิการป้องกันท้องในวัยรุ่นในชุมชนของตนเอง

การทำงานโดยอาศัยชุมชน เป็นกระบวนการทำงานที่มุ่งหวังให้เกิดการเปลี่ยนแปลง โดยใช้แหล่งทุน ทรัพยากรในชุมชน เป็นการทำงานที่มีการกระจายข้อมูลข่าวสาร ก่อให้เกิดการสนับสนุน การอุปถัมภ์โดยร่วมมือกันระหว่างภาครัฐและภาคเอกชน ซึ่งการสร้างให้เกิดความร่วมมือเช่นนี้ได้ในชุมชน ต้องอาศัยองค์ประกอบที่จำเป็น ดังนี้

1.ให้การรับรองผู้นำชุมชนที่เข้มแข็ง ผู้นำชุมชนที่เข้มแข็งมีทั้งแบบเป็นตัวบุคคลและอยู่ในรูปขององค์กรที่เป็นหัวหอกในการทำงาน โดยบุคลิกของผู้นำเข้มแข็งคือ ตั้งใจจริงที่จะทำงานในชุมชนในฐานะผู้นำในช่วงระยะเวลาหนึ่ง สามารถประสานงานหาทรัพยากรและแหล่งทุนเพื่อใช้ในการทำงาน และมีศักยภาพในการสะสมเงินทุนและบริหารการเงินได้ ที่สำคัญ ต้องให้ความเคารพและสนับสนุนชุมชนที่ตนทำงาน

2. มีโครงสร้างการทำงานชัดเจน โครงสร้างการทำงานต้องมี 6 ข้อด้วยกัน คือ ทิศทางการทำงานที่ชัดเจน  มีการพบปะพูดคุยระหว่างหุ้นส่วน มีการจัดทำข้อมูลและวิเคราะห์ข้อมูลอย่างเป็นระบบ สามารถสื่อสารเนื้อหาที่ต้องการสื่อออกไปได้อย่างชัดเจน สร้างความร่วมมือระหว่างชุมชนที่ทำงานเข้าด้วยกัน และมีการระดมทุนทำงาน

3. ดึงการมีส่วนร่วมจากหลากหลายองค์กร ผู้นำชุมชนและคนที่อยู่ในชุมชน ต้องดึงการมีส่วนร่วมจากผู้มีส่วนได้ส่วนเสียซึ่งเป็นผู้ที่จะสนับสนุนการทำงานป้องกันท้องในวัยรุ่นโดยใช้ข้อมูลเชิงประจักษ์  และนอกจากดึงการมีส่วนร่วมจากวัยรุ่น พ่อแม่ ผู้ทำหน้าที่ให้ความรู้ เจ้าหน้าที่ในหน่วยงานสาธารณสุข และองค์กรที่อยู่ในชุมชนแล้ว ยังต้องเข้าให้ถึงหน่วยงานและผู้ที่มีบทบาทสำคัญซึ่งแม้อยู่นอกชุมชน แต่เป็น “ผู้เฝ้าระวัง” (เช่น ผู้ที่ให้ความรู้เรื่องเพศศึกษา ศูนย์วางแผนครอบครัว เป็นต้น) นอกจากนั้นยังมีผู้นำทางศาสนา นักธุรกิจ ผู้ที่ออกนโยบาย ผู้มีชื่อเสียงในสื่อต่างๆ และคนที่มีอิทธิพลในชุมชน

4. ย้ำความมั่นใจในการมีส่วนร่วมอย่างแท้จริงและการตัดสินใจร่วมกัน สนับสนุนให้เกิดความรับผิดชอบและความเป็นเจ้าของในเรื่องแผนการทำงานและเป้าหมายของการทำงานในชุมชน โดยกำหนดบทบาท ความรับผิดชอบที่ชัดเจนให้แก่สมาชิกทุกกลุ่ม สร้างให้เกิดกระบวนการตัดสินใจร่วมกัน และทำให้มั่นใจว่าสมาชิกชุมชนอยู่ในกระบวนการตัดสินใจในเรื่องที่สำคัญ

5. มั่นใจว่าเยาวชนเข้ามามีส่วนร่วมอย่างแท้จริงและทำให้เห็นผลจริง ดึงเยาวชนเข้ามาร่วมในทุกส่วนของการทำงานตั้งแต่การวางแผนโครงการ การพัฒนาและนำไปใช้ รวมทั้งการประเมินผล จัดการอบรมเพื่อผู้ใหญ่และเยาวชนสามารถทำงานแบบเป็นหุ้นส่วนกันอย่างแท้จริง เปิดโอกาสให้ทั้งผู้ใหญ่และเยาวชนได้ตัดสินใจร่วมกัน และสร้างความมั่นใจว่าทั้งสองกลุ่มมีบทบาทเฉพาะที่สอดคล้องกับวัยและประสบการณ์

6. พัฒนาวิสัยทัศน์ร่วมกัน สร้างบรรยากาศให้เกิดความเข้าใจในเป้าหมายของการมีส่วนร่วมในชุมชนโดยร่างแถลงการณ์ที่ระบุภารกิจชัดเจนถึงการสร้างความร่วมมือ แม้ว่าแถลงการณ์ดังกล่าวอาจจะมาจากมุมมองของหน่วยงานที่เป็นผู้นำและ/หรือหุ้นส่วน แต่การทำให้แถลงการณ์มีความชัดเจนและแตกต่างออกไปจะทำให้เกิดเป็นวิสัยทัศน์เดียวกัน และเมื่อทุกคนเห็นด้วยกับแถลงการณ์ดังกล่าว ต้องทำให้เกิดความมั่นใจว่าแต่ละส่วนนั้นตระหนักถึงเรื่องเดียวกันเพื่อจะได้ทำงานไปสู่เป้าหมายด้วยกัน

 7. จัดให้มีการประเมินความต้องการที่จำเป็น สร้างความเข้าใจร่วมกันถึงสถานการณ์ปัจจุบันของท้องในวัยรุ่นและเรื่องสุขภาพทางเพศของชุมชนโดยใช้เครื่องมือต่างๆ เช่น การสำรวจความเห็น การสนทนากลุ่ม และการสัมภาษณ์ผู้ที่อยู่อาศัยในชุมชนรวมทั้งผู้มีส่วนได้เสียคนสำคัญ ให้ข้อมูลที่เกี่ยวกับพฤติกรรมเสี่ยงทางเพศของวัยรุ่น อัตราการคลอดในวัยรุ่น ปัจจัยทางสุขภาพ ข้อมูลโรงเรียน เช่น จำนวนนักเรียนออกกลางคัน โดยใช้ประกอบกับต้นทุนต่างๆ ที่มีอยู่ในชุมชน เช่น ระบบการส่งต่อ การวางแผนครอบครัว ศูนย์บริการสุขภาพ เป็นต้น ข้อมูลเหล่านี้จะเป็นตัวชี้ทิศทางการทำงานของชุมชน เพราะจะถูกนำมาใช้ในการวางแผนการทำงาน กิจกรรมต่างๆ รวมทั้งการสื่อสารภายในชุมชน และการรณรงค์เพื่อสร้างความตระหนัก

8. การจัดแผนยุทธศาสตร์ แผนยุทธศาสตร์ของชุมชนจะต้องระบุความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นในระดับสังคม โครงสร้างและระดับบุคคล เพื่อนำไปสู่การลดจำนวนการตั้งครรภ์ในวัยรุ่น ที่สำคัญในการวางเป้าหมายและวัตถุประสงค์ของยุทธศาสตร์ต้องประกอบด้วยความชัดเจน วัดได้จริง มีโอกาสประสบความสำเร็จ และมีกรอบเวลาที่กำหนดชัด ประกอบด้วย

  • การเปลี่ยนแปลงทางสังคม หมายถึงการเพิ่มขีดความสามารถของความเป็นผู้นำชุมชน ความมุ่งมั่นของสาธารณชน การเพิ่มจำนวนคนที่เข้ามาร่วมในการสื่อสารอย่างมีคุณภาพและสนับสนุนบรรทัดฐานที่เปลี่ยนไปของชุมชน
  • การเปลี่ยนแปลงทางโครงสร้าง หมายถึงการเปลี่ยนในระดับสถาบัน เช่น โรงเรียน หน่วยงานด้านสุขภาพ ศูนย์วางแผนครอบครัว เป็นต้น โดยเป็นการเปลี่ยนแปลงนโยบายหรือแนวปฏิบัติที่จะส่งเสริมการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมในระดับบุคคล
  • การเปลี่ยนแปลงระดับบุคคล หมายถึง การปรับเปลี่ยนทิศทางของความรู้ ทักษะและพฤติกรรมทั้งในเยาวชนและในผู้ใหญ่

9. ทำงานร่วมกันเพื่อเสริมสร้างยุทธศาสตร์ แบ่งงานกันว่ากิจกรรมใดจะให้ใครรับผิดชอบไม่ว่าจะเป็นตัวบุคคลหรือเป็นหน่วยงาน เพื่อนำไปสู่เป้าหมายและวัตถุประสงค์ตามที่ได้แจกแจงไว้ในแผนยุทธศาสตร์ ระบุลำดับขั้นของยุทธศาสตร์ซึ่งพุ่งเป้าไปที่เยาวชน เช่น การนำเอาข้อมูลเชิงประจักษ์มาใช้สอนเพศศึกษาในโรงเรียน หรือนำมาปรับปรุงเพื่อให้เยาวชนเข้าถึงบริการวางแผนคุมกำเนิด โดยทำพร้อมไปกับการขับเคลื่อนในภาพรวมทั้งหมด เช่น การพัฒนายุทธศาสตร์เพื่อให้ผู้มีส่วนได้เสียเข้ามามีส่วนร่วมมากขึ้น การพัฒนาความเป็นผู้นำให้กับชุมชน และการสร้างให้เกิดการระดมทุนในท้องถิ่นเพื่อใช้ทำงาน เป็นต้น

10. จัดทำแผนยุทธศาสตร์การระดมทุน สำรวจโอกาสที่จะทำให้มั่นใจว่าทั้งกิจกรรมและแผนต่างๆ ที่วางไว้สามารถดำเนินไปอย่างต่อเนื่อง วึ่งเป็นกิจกรรมมากกว่าวาระการจัดสรรงบประมาณเป็นงวดๆ ต้องพิจารณาหาแหล่งทุนที่หลากหลายทั้งการเขียนโครงการขอทุนสนับสนุน การขอรับบริจาครายบุคคล และการขอรับการสนับสนุนจากภาคธุรกิจในรูปแบบต่างๆ โดยควรมุ่งไปที่แหล่งทุนที่อยู่ในพื้นที่ทำงานให้ได้มากที่สุดที่จะทำได้

11. สร้างช่องทางการสื่อสารภายในที่มีประสิทธิภาพ ต้องสร้างความมั่นใจว่าการสื่อสารระหว่างกันเป็นไปอย่างราบรื่น โดยใช้รูปแบบการสื่อสารทางการที่ทำให้เกิดการแลกเปลี่ยนระหว่างคนทำงาน และหุ้นส่วน อย่างตั้งใจและได้ประโยชน์บ่อยๆ  ขณะเดียวกัน ควรคิดถึงการมอบหมายให้ผู้ที่มีทักษะในการเป็นผู้สร้างการสื่อสาร รับบท “ผู้จัดการสัมพันธภาพ” โดยคนผู้นี้ต้องทำหน้าที่แจ้งให้สมาชิกรับรู้ข้อมูลเกี่ยวกับสิ่งที่หุ้นส่วน คณะกรรมการ คณะอนุกรรมการ หรือแม้แต่บุคคลใดบุคคลหนึ่งกำลังทำงานว่าบรรลุแผนและเป้าหมายไปอย่างไร

12. ให้การศึกษาแก่ชุมชน การให้ความรู้และสร้างแรงบันดาลใจแก่ชุมชนทำได้หลายรูปแบบ เช่น การจัดเวทีเสวนา การจัดแถลงข่าวแก่สื่อมวลชนในพื้นที่ การประกาศข่าว  การสร้างแคมเปญ เขียนจดหมายถึงบรรณาธิการ การรณรงค์ผ่านโซเชียลมีเดีย การจัดงานเลี้ยงสังสรรค์ในบ้านพัก การประชุมผู้ปกครอง โดยเป้าหมายของการให้การศึกษาสาธารณชนนั้นเพื่อให้เกิดการตระหนัก เกิดการลงมือปฏิบัติตามแผน บริจาคระดมทุน และการทำให้ชุมชนให้ความสนใจกับเรื่องที่กำลังทำอยู่

13. จัดกระบวนการประเมินผลและผลลัพธ์ ควรตัดสินใจล่วงหน้าว่าจะให้หุ้นส่วนแต่ละฝ่ายระบุนิยามความสำเร็จของงานอย่างไร โดยต้องคำนึงถึงการให้เวลาทิ้งช่วงระหว่างการทำกิจกรรมของคนทำงานและการวัดผลที่เกิดขึ้นที่เยาวชนในชุมชน (เช่น การลดลงของจำนวนวัยรุ่นที่ตั้งครรภ์) โดยกำหนดตัวชี้วัดความก้าวหน้าและเปรียบเทียบสมรรถนะการทำงานจากปัจจัยสำคัญๆ  ควบคู่ไปกับการทำงาน รวมทั้งออกแบบกระบวนการและผลลัพธ์การประเมินผล เพื่อตัดสินใจว่าจะดำเนินการโดยทิ้งระยะห่างอย่างไร

 14. แยกการประเมินพลังของชุมชนในการขับเคลื่อนงานออกมา ควรดำเนินการประเมินเพื่อดูว่าผลที่ได้รับจากการใช้ชุมชนขับเคลื่อนงานเป็นเช่นไร หุ้นส่วนต่างๆ ประสบความสำเร็จในการสร้างความเป็นผู้นำชุมชนหรือไม่  มีการปรับเปลี่ยนบรรทัดฐานค่านิยมของชุมชน การเปลี่ยนความคิดชุมชนในเรื่องการเข้ามามีส่วนร่วมในการระดมทุนอย่างไร รวมทั้งประเมินหุ้นส่วนต่างๆ จากคุณภาพของแผนยุทธศาสตร์ที่ได้ดำเนินการ จำนวนของแผนทั้งหมดที่ถูกนำไปปฏิบัติจริง ความพึงพอใจของเจ้าหน้าที่และของสมาชิก การร่วมกันระหว่างผู้ที่เป็นตัวแทนจากภาคส่วนต่างๆ ความรู้ในการแก้ปัญหาเฉพาะหน้า การรับรู้ถึงความเป็นเจ้าของและการเสริมพลังของเหล่าสมาชิก รวมทั้งกลไกของแต่ละภาคส่วนที่จะทำให้การทำงานมีความเป็นทีม และมีการทำอย่างต่อเนื่อง

 

 

เรียบเรียงจากบทเรียนการทำงานโดยใช้ชุมชนเป็นฐานเพื่อสร้างความร่วมมือในการทำงานป้องกันท้องในวัยรุ่น สหรัฐฯ 

print

Leave a Reply