ในการทำงานเพื่อยกระดับชีวิตความเป็นอยู่ของวัยรุ่นหญิงและวัยรุ่นชาย เราต้องทำความเข้าใจและยอมรับว่าความเสี่ยงและความเปราะบางของเด็กชายเป็นผลจากความคาดหวังของสังคมในเรื่องความไม่เท่าเทียมทางเพศ

มีหลักฐานเพิ่มขึ้นที่แสดงให้เห็นว่าเด็กผู้ชายที่ย่างเข้าสู่วัยรุ่นกำลังตกอยู่ในความเสี่ยงและความเปราะบาง จากการมีประสบการณ์การใช้ความรุนแรง หรือร่วมรู้เห็นอยู่ในเหตุการณ์ที่ใช้ความรุนแรง ลาออกจากโรงเรียนกลางคัน มีเพศสัมพันธ์ที่มีความเสี่ยง หรือมีพฤติกรรมเสี่ยงอื่นๆ เพราะถูกปลูกฝังว่าตนจะต้องทำเช่นนั้น เพื่อให้เพื่อนและชุมชนมองว่าเป็น “ลูกผู้ชายเต็มตัว”

ความเชื่อเช่นนี้ส่งผลกระทบที่ยาวนานต่อชีวิตของผู้หญิงและเด็กสาว และยับยั้งการก่อสัมพันธภาพที่เคารพและเสมอภาคกัน และบรรทัดฐานอันเกิดจากกฎเกณฑ์ความสัมพันธ์ต่างเพศและรังเกียจคนรักเพศเดียวกันนั้น ยังก่อให้เกิดความเสี่ยงและความเปราะบางแก่เยาวชนที่มีความหลากหลายทางเพศอีกด้วย

แต่ก็มีหลักฐานเชิงประจักษ์ว่าเมื่อเปรียบเทียบกับรุ่นพ่อแล้ว ผู้ชายรุ่นใหม่ยอมรับความเสมอภาคทางเพศมากขึ้นจากการเห็นแม่ พี่สาว และน้องสาวเรียนหนังสือในโรงเรียนและทำงานโดยได้รับค่าจ้าง ทั้งยังมองผู้หญิงว่ามีความทัดเทียมกับตนเองอีกด้วย ถึงแม้เราจะยังเห็นว่าชายหนุ่มทั่วโลกมีพฤติกรรมเสี่ยงและเป็นอันตรายอยู่ แต่เราก็สามารถเสาะหากลุ่มที่เป็นกระบอกเสียงและเป็นผู้นำเพื่อความเสมอภาคทางเพศภาวะ ทำงานเคียงบ่าเคียงไหล่ไปกับผู้หญิงได้ โดยการทำให้ผู้ชายเข้ามามีส่วนร่วมในการกำหนดบทบาททางเพศ

เราจึงจำเป็นต้องทำงานกับชายหนุ่มและเด็กชายที่อยู่นอกขอบเขตงานสิทธิและสุขภาวะทางเพศและอนามัยการเจริญพันธุ์ เพราะนอกจากจะเป็นไปเพื่อให้สังคมวงกว้างเลิกคิดว่าเรื่องสุขภาวะทางเพศและอนามัยการเจริญพันธุ์เป็นประเด็น “เฉพาะผู้หญิงเท่านั้น” แล้ว   เรายังต้องทำให้วัยรุ่นชายมีส่วนร่วมในการทำงานเพื่อความเป็นอยู่ที่ดีของพวกเขาเองด้วย โดยผู้ชายกลุ่มต่อไปนี้ จะสามารถช่วยให้เกิดการเปลี่ยนบรรทัดฐานในเรื่องความเท่าเทียมทางเพศได้

ผู้ชายที่มีบทบาททางเศรษฐกิจ (นักการเงินและผู้ถือทรัพยากรที่ส่งผลต่อการยกระดับความเสมอภาคทางเพศ)

ในสังคมที่สัมพันธภาพเชิงอำนาจไม่เท่าเทียมกัน ฝ่ายชายมักจะเป็นผู้ถือสิทธิในการเข้าถึงและควบคุมทรัพยากรทางการเงิน ดังนั้น การทำให้ผู้ชายมีส่วนร่วมเชิงเศรษฐกิจในความเสมอภาคทางเพศภาวะ จึงหมายถึงการส่งเสริมให้เกิดการแบ่งปันการเข้าถึงและควบคุมทรัพยากร เช่น ทางการเกษตร โอกาสในการจ้างงาน ตลอดจนบริการต่างๆ ไปยังสตรีและเด็กหญิงนั่นเอง นอกจากนี้ ยังจะก่อให้เกิดผลประโยชน์แก่ทั้งครัวเรือนอีกด้วย หากผู้หญิงมีโอกาสเท่าผู้ชายในการทำงานโดยได้รับค่าจ้างที่เท่าเทียม

ผู้ชายที่มีบทบาททางการเมือง (ผู้มีอำนาจตัดสินใจทางด้านความเสมอภาคทางเพศภาวะ)

ผู้มีอำนาจตัดสินใจทางการเมืองส่วนใหญ่เป็นผู้ชาย หากได้รับข้อมูลที่ถูกต้องเหมาะสมรวมถึงได้รู้จักรูปแบบพฤติกรรมทางเลือกรูปแบบต่างๆ แล้ว พวกเขาจะเป็นพันธมิตรร่วมแก้ปัญหาเหล่านี้ได้ กล่าวสั้นๆ ก็คือ ผู้ชายที่อยู่ในตำแหน่งผู้นำสามารถใช้อำนาจส่งเสริมความเสมอภาคทางเพศภาวะได้

ผู้ชายที่มีบทบาทในภาคประชาสังคม (ผู้สามารถเป็นกระบอกเสียงแสดงการต่อต้านรูปแบบความเป็นลูกผู้ชายที่ไม่เป็นธรรมและใช้ความรุนแรง)

ชายหนุ่มและเด็กชายที่ทำงานกับองค์กรพัฒนาเอกชน  (รวมทั้งองค์กรทางศาสนา) นักเคลื่อนไหวทางสังคม ผู้ให้บริการ ทนายความ หรือผู้เชี่ยวชาญด้านอื่นๆ สามารถเข้ามามีส่วนร่วมในการส่งเสริมความเท่าเทียมทางเพศภาวะในสังคมของเราได้ เช่นเดียวกับที่ผู้ชายและเด็กหนุ่มแต่ละคนก็สามารถเป็นกระบอกเสียงต่อต้านวิธีการเป็นลูกผู้ชายที่ไม่เป็นธรรมและใช้ความรุนแรงได้ในชีวิตประจำวันของแต่ละคน

การจะทำให้ผู้ชายเข้ามามีส่วนร่วมได้ เราต้องทำความเข้าใจประสบการณ์ชีวิตที่พวกเขาเคยผ่านมาเมื่อครั้งเป็นเด็กและวัยรุ่น อาทิ ความเครียดจากการหางานทำไม่ได้ ความลำบากในการขอรับความช่วยเหลือด้านสุขภาพจิต หรือการใช้สารเสพติด การดิ้นรนเพื่อเป็นลูกผู้ชายตามความคาดหวังแต่กลับล้มเหลว ทั้งนี้มีงานวิจัยชี้ให้เห็นว่าเมื่อเด็กชายรู้สึกว่าอยู่ในที่ปลอดภัยและเป็นความลับ ไม่ว่าจะอยู่กับผู้ให้ความรู้ในกลุ่มย่อย ผู้ให้บริการด้านสุขภาพ โค้ช ครูอาจารย์ พ่อ หรือเพื่อนก็ตาม เด็กชายจะเปิดใจบอกเล่าประสบการณ์ของตนเองอย่างตรงไปตรงมา นอกจากนี้ การวิจัยเชิงประเมินผลยังชี้ให้เห็นอีกว่าเยาวชนชายเต็มใจและมีแรงจูงใจที่จะปรับเปลี่ยนทัศนคติและพฤติกรรมที่เกี่ยวกับความเสมอภาคทางเพศ ทั้งยังจดจำฝังใจพฤติกรรมที่แสดงความเสมอภาคระหว่างเพศที่ผู้ใหญ่กระทำให้เห็น (เช่น ผู้ชายทำกับข้าวหรือเลี้ยงลูก) เมื่อครั้งที่ตนเองยังเป็นเด็กอีกด้วย

 

print

Leave a Reply