ที่กรุงดูไบ ประเทศสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์  หลังจากที่คณะรัฐมนตรี โดยเจ้าชายชีกห์ มาจิด บิน มูฮัมหมัด บิน ราชิด อัล มักทูม  นายกรัฐมนตรีและรองประธานาธิบดีของประเทศ ได้มีมติเห็นชอบให้จัดทำแผนงานความสุขและความดีงามแห่งชาติ โดยมีกำหนดการทำแผนให้เสร็จสิ้นใน 100 วัน จึงเกิดโครงการริเริ่มต่างๆ คู่ขนานทั่วประเทศ และหนึ่งในนั้นคือ การจัดตั้งสภาเยาวชนทั่วประเทศ ซึ่งถือเป็นส่วนสำคัญของการสร้างการมีส่วนร่วมของเยาวชน เพื่อให้สอดคล้องกับแผนยุทธศาสตร์ระยะยาวและตอบสนองวิสัยทัศน์ของเจ้าชายที่ต้องการให้เยาวชนของประเทศได้รับการพัฒนาทักษะด้านต่างๆ เพื่อสามารถเป็นตัวแทนประเทศในต่างแดน การเคลื่อนไหวให้เกิดการจัดตั้งสภาเยาวชนครั้งนี้ อยู่ในความรับผิดชอบของรัฐมนตรีหญิงผู้ดูแลกิจการด้านเยาวชน ชามมา อัล มาซรูย โดยชีกห์ มูฮัมหมัด ในฐานะผู้นำประเทศได้ให้ทิศทางการทำงานเพื่อพัฒนาเยาวชนโดยใช้สภาเยาวชนว่า

“เพราะรัฐบาลไม่สามารถจะดำเนินการใดๆ ให้เป็นการพัฒนาที่ยั่งยืนได้หากขาดการมีส่วนร่วมอย่างมีความหมายจากเยาวชนของประเทศ ดังนั้น เราจึงขอให้รัฐมนตรีกระทรวงกิจการเยาวชนโปรดฟัง ฟัง และก็ฟังเสียงเยาวชน และสื่อสารกลับมายังคณะรัฐมนตรีถึงความเห็นของพวกเขาเพื่อที่รัฐบาลจะได้สร้างสภาพแวดล้อมตามอุดมคติที่เยาวชนเสนอ เพื่อให้พวกเขาประสบความสำเร็จในการทำตามแรงบันดาลใจ”

การจัดตั้งสภาเยาวชนครั้งนี้ จะมีการจัดเวทีทั่วประเทศ และมีการจัดทำคู่มือค่านิยมของคนเอมิเรตส์ที่จะมาจากเยาวชนเอง ช่วงระยะเวลา 100 วันนี้จะเป็นการพัฒนาระบบเพื่อสนับสนุนเยาวชนให้สามารถคิดค้นนวตกรรมต่างๆ ได้เต็มที่ โดยมีแผนปฏิบัติการ 3 ส่วน คือ ส่วนแรก “การสร้างความหวัง” เป็นการให้แรงบันดาลใจแก่เยาวชนในการมอบความหวังให้แก่ผู้อื่น ส่วนที่สอง คือ “การสร้างชีวิต” ส่วนนี้จะว่าด้วยการส่งเสริมให้เยาวชนในพื้นที่ต่างๆ สามารถสร้างชีวิตที่ดีกว่าให้แก่ผู้อื่นได้ และส่วนที่สาม คือ “การสร้างอนาคต” เป็นการเชิญชวนให้หาทางออกในการแก้ปัญหาเพื่อนำไปสู่อนาคตและให้เยาวชนร่วมมือกันวาดอนาคตของตนเอง

ด้วยเหตุนี้ จึงจำเป็นต้องมีการจัดตั้งสภาเยาวชนในระดับท้องถิ่นขึ้นเพื่อทำให้แผนปฏิบัติการนี้บรรลุผลสำเร็จ โดยสภาแห่งนี้จะเกิดจากความร่วมมือของหลายภาคส่วนทั้งในระดับรัฐและในระดับท้องถิ่น

นอกจากนั้น ในส่วนของเวทีกลางของเยาวชน จะเป็นที่รวมของบทเรียนการทำงานที่ถือเป็นตัวอย่างความสำเร็จ และการถกเถียงแลกเปลี่ยนเรื่องที่สำคัญและเกี่ยวข้องกับเยาวชนโดยตรง รวมทั้งความท้าทายต่างๆ ที่เผชิญ พร้อมทั้งหาทางออกร่วมกัน รวมถึงการทำงานร่วมกับภาคธุรกิจเพื่อให้เยาวชนได้มีโอกาสพัฒนาโครงการของตนในการเติบโตเป็นผู้ประกอบการด้วย

แผนปฏิบัตินี้ ถือเป็นแผนหนึ่งของยุทธศาสตร์ชาติสำหรับเยาวชนที่ต้องการกรอบแนวคิดในการทำงานเพื่อให้ทุกภาคส่วนเข้ามาร่วมสนับสนุนและเสริมพลังให้กับเยาวชนอย่างเต็มที่ โดยรัฐมนตรีหญิงกิจการด้านเยาวชนเสนอให้คณะรัฐมนตรีพัฒนาทักษะตนเองในการใช้สื่อโซเชียลมีเดีย

“หากเราต้องการเข้าใจเยาวชน คณะรัฐมนตรีทั้งหลายจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องเปิดใจให้กว้างพร้อมรับความหลากหลายและเปิดให้มีการสื่อสารโดยตรงระหว่างรัฐและเยาวชน โดยเทคโนโลยีทันสมัยที่เยาวชนใช้กัน เพื่อทำความเข้าใจพวกเขา” ชามมา อัล มาซรูย รัฐมนตรีหญิงวัย 22 ปีกล่าว โดยยกตัวอย่างการใช้สื่อโซเชียลมีเดียว่าเป็นช่องทางสำคัญที่คณะรัฐมนตรีจะได้สื่อสารกับเยาวชน

“เพราะเยาวชนส่วนใหญ่ไม่อ่านข่าว ไม่ฟังประกาศที่มาจากรัฐบาล จึงไม่มีปฏิสัมพันธ์ต่อเรื่องต่างๆ และนี่เองทำให้เกิดสูญญากาศระหว่างสื่อของรัฐกับจำนวนประชากรที่มีมากกว่าครึ่งของประเทศซึ่งเป็นเยาวชน”

youth voice   emirates cabinet

print

Leave a Reply