เทเลซูร์ ภาคภาษาอังกฤษ สัมภาษณ์กลุ่มผู้อยู่เบื้องหลังวิดีโอที่รณรงค์ให้คนในประเทศเปรูตั้งคำถามถึงการเรียกชื่อ ซึ่งเป็นการสร้างข้อจำกัดของอัตลักษณ์ทางเพศของเลสเบี้ยน เกย์ คนรักสองเพศ และคนข้ามเพศ

 

เทเลซูร์: ช่วยเล่าให้เราฟังหน่อยว่าโครงการ “ปลดเปลื้องการตีตรา” คืออะไร และทำไมจึงตัดสินใจเปิดตัวโครงการ?

โครงการ “ปลดเปลื้องการตีตรา” นี้ เราอยากจะกระตุ้นให้คนทำลายอคติทุกชนิดที่ยัดเยียดให้เราอยู่ในกล่องคำคุณศัพท์ ประเภท หรือตราประทับใดๆ เพราะว่าในท้ายที่สุดแล้ว พวกเราก็คือตัวเราเอง เป็นมนุษย์ เป็นคนคนหนึ่ง พอเรา “แกะตราประทับตัวเอง” ออกแล้ว เราก็อยากให้ผู้คนเคารพเราและปฏิบัติกับเราอย่างเท่าเทียม ไม่ว่าวิถีทางเพศหรืออัตลักษณ์ทางเพศของเราจะเป็นอย่างไรก็ตาม

นี่เป็นเครื่องมืออันแรกของเรา และเราก็เชื่อว่าการปล่อยสื่อที่ปลุกเร้าและกระตุ้นผู้คนนั้นเป็นสิ่งสำคัญ เพราะจะทำให้คนหันมาตั้งคำถามตัวเอง เพราะจะทำให้คนได้เรียนรู้ผ่านแคมเปญ คลิปวิดีโอ หรืออื่นๆ เราจึงอยากเริ่มต้นสร้างจิตสำนึก

เทเลซูร์: สำหรับคนอีกจำนวนมากในชุมชน LGBTQI พวกเขารู้สึกมีพลังและสบายใจในการระบุตัวตนและตราประทับ สำหรับพวกคุณแล้วตราประทับเป็นปัญหาอย่างไร?

แน่นอนว่าตราประทับนั้นสำคัญ ถ้าเราจะมีตัวตนอยู่ในสังคมตอนนี้ ก็เป็นเพราะเขาสามารถระบุตัวเราได้ เขาจะได้รู้ว่าพวกเรามีตัวตนอยู่ ไม่ว่าจะเป็นเกย์ เลสเบี้ยน คนรักสองเพศ เขารู้ว่ามีคนข้ามเพศอยู่ด้วย ซึ่งผ่านการต่อสู้มาอย่างมาก และก็เป็นคนไม่มีสิทธิอะไรอีกต่างหาก ทั่วโลกก็รู้แล้วว่าพวกเรามีตัวตน

ปัญหาของตราประทับพวกนี้ไม่ได้อยู่ที่ว่ามันทำให้เราดูแตกต่างหรอก ก็พวกเราทุกคนย่อมแตกต่างกันอยู่แล้ว แต่ปัญหาของตราประทับนี้จะเกิดขึ้นตอนที่เราใช้มันมากำหนดรูปแบบบทบาทการใช้ชีวิตของเรา หรือตอนที่เราบังคับตัวเองให้เข้ากับบทบาทหรือตราประทับอันใดอันหนึ่ง เช่น “ฉันเป็นเลสเบี้ยน จะไปหลงรักชายแปลงเพศได้ยังไง” หรือ “ฉันเป็นเกย์ แต่ชอบผู้หญิง แต่ฉันก็เป็นผู้หญิงนะ มันเป็นไปไม่ได้หรอก” “ฉันเป็นเด็กผู้หญิงนี่นา ฉันรู้สึกชอบเพื่อนตัวเองจังเลย หรือฉันจะเป็นเลสเบี้ยนนะ?”

สิ่งที่เราอยากจะบอกก็คือเพศวิถีนั้นเป็นของที่ลื่นไหลได้ ไม่คงที่ ดังนั้นมีตราประทับของตัวเองได้ แต่ก็ถอดออกได้เหมือนกันถ้ามันไม่ทำให้เรามีความสุข!

เหมือนเวลามีความสัมพันธ์แบบรักเพศเดียวกัน จะมีความจำเป็นที่คอยครอบงำว่าฝ่ายหนึ่งต้องเป็น “ชาย” อีกฝ่ายต้องเป็น “หญิง” (ฝ่ายรุก ฝ่ายรับ ฯลฯ) บทบาทพวกนี้มีผลกระทบต่อชุมชน LGBT เท่านั้น เพราะในบางมุมแล้ว เราเองก็พยายามปรับตัวให้เข้ากับมาตรฐานที่สังคมได้กำหนดให้กับพวกเรา

แคมเปญนี้จึงบอกอย่างชัดเจนว่า เราคือมนุษย์เหมือนกัน แต่ทุกคนย่อมแตกต่างกัน เราจำเป็นต้องเริ่มมองกันและกันอย่างนี้แล้วว่า เราไม่ได้ตรงกับประเภทใดๆ เสมอไป ถึงแม้สมองของเราจะถูก “โปรแกรม” มาให้มองกันและกันแบบถูกจัดประเภท

เทเลซูร์: องค์กรใดอยู่เบื้องหลังโครงการ “ปลดเปลื้องการตีตรา” นี้บ้าง? แล้วองค์กรนี้มีวัตถุประสงค์อะไรบ้างและทำงานด้านใดบ้าง?

กลุ่มของเรามีห้าคน เราเพิ่งเริ่มต้นแคมเปญผ่านแพลตฟอร์มดิจิตอล เพื่อส่งเสริมความเท่าเทียมกันของวิถีทางเพศและอัตลักษณ์ทางเพศทุกแบบ ในอนาคต คงจะขยายผลออกไปครอบคลุมโครงการทางด้านการศึกษา แต่พวกเราก็ยังไม่อยากเปิดเผยตัว เพราะยังคงอยู่ระหว่างกระบวนการก่อตั้ง

นี่จึงเป็นเหตุผลที่เราเปิดตัวทาง Zike ซึ่งเป็นเว็บบล็อกของสมาชิกเราคนหนึ่ง เป็นการส่งเสริมข้อมูลเชิงวิทยาศาสตร์เกี่ยวกับชุมชน LGBT และพยายามหักล้างความเชื่อผิดๆ ที่มีอยู่เพราะความไม่รู้ที่มีมากมายเกี่ยวกับความหลากหลายทางเพศ

 

เรียบเรียงจาก Interview: Sexual and Gender Liberation Without Labels in Peru

print

Leave a Reply