ชาร์ลี นอร์ทรัป  นักศึกษากะเทย ภาควิชาโบราณวิทยา (classics) คณะศิลปศาสตร์และมนุษยศาสตร์  แห่งมหาวิทยาลัยเคมบริดจ์  ประเทศอังกฤษ  ได้รับการยกย่องให้เป็น 1 ในเยาวชนนักรณรงค์แห่งปี 2015  ของอังกฤษจากหนังสือพิมพ์ออนไลน์ Huffington Post  เพราะเธอทักท้วงธรรมเนียมปฏิบัติเรื่องการแต่งกายที่แบ่งแยกชายหญิงในการร่วมรับประทานอาหารค่ำ ซึ่งเคยปฏิบัติมาถึง 650 ปี ของคณะเซนต์แคทเธอรีน*

ชาร์ลี นอร์ทรัป เป็นชาวอเมริกันที่มาเรียนปริญญาเอกที่มหาวิทยาลัยแห่งนี้ เธอกำลังอยู่ในกระบวนการใช้ฮอร์โมนเพื่อปรับเปลี่ยนเพศตนเอง

ที่ผ่านมา เมื่อถึงเวลารับประทานอาหารค่ำร่วมกันระหว่างอาจารย์และนักศึกษาชายและหญิงในแต่ละคณะ ฝ่ายชายจะแต่งตัวเต็มยศ คือใส่เชิ้ตสีขาว กางเกงขายาว สวมสูททับ และผูกเนคไท ส่วนฝ่ายหญิงสวมชุดกระโปรงที่ใช้ออกงานยามราตรี แต่เมื่อชาร์ลีได้เข้าร่วมเป็นส่วนหนึ่งของคณะเซนต์แคทเธอรีน เธอกังวลใจเกี่ยวกับการแต่งกาย “เต็มยศ” ตามธรรมเนียมเดิมมาก เพราะเธอเป็นกะเทย และต้องการสวมกระโปรงเพื่อแสดงออกถึงเพศที่เธอเลือกเอง

ดังนั้น ชาร์ลีจึงตัดสินใจเขียนอีเมล์หาคณบดีเพื่อถามถึงการแต่งกายเพื่อเข้าร่วมรับประทานอย่างเป็นทางการตามความสมัครใจของผู้แต่งเองได้หรือไม่ หลังจากที่มีการตั้งคำถามถึงธรรมเนียมปฏิบัตินี้ คณบดีก็ได้ระบุกฎในการแต่งกาย โดยขยายความคำว่า “แต่งกายสุภาพ” ว่าไม่ได้พิจารณาจากเพศหรือการแสดงออกของผู้สวมใส่ นั่นหมายความว่าเพศชายสามารถสวมชุดราตรี  เพศหญิงก็สวมกางเกงขายาว และคนที่ไม่ระบุเพศตนเองก็มีอิสระในการเลือกสวมชุดเพศใดก็ได้เมื่อเข้าร่วมรับประทานอาหาร

ชาร์ลีเล่าถึงความสำคัญของการที่คณะเซนต์แคทเธอรีนเปลี่ยนแปลงขนบธรรมเนียมในการแต่งกายที่มีมานานกว่า 650 ปีนี้ว่า เพราะที่ผ่านมา ไม่เคยมีใครตั้งคำถามในเรื่องนี้ ทุกคนต่าง “เข้าใจเอาเอง” ว่าผู้ชายต้องสวมสูท ผูกไท และผู้หญิงต้องสวมกระโปรง แต่เมื่อคณบดีขยายความนิยามการแต่งกายให้ชัดเจนเช่นนี้ ส่งผลให้คนที่เคยอึดอัด ไม่สะดวกใจในการแต่งชุดสุภาพตามเพศสรีระ ได้มีทางเลือก เพราะการรับประทานอาหารค่ำร่วมกันในหอประชุมนั้นมีความสำคัญมาก เนื่องจากการเรียนในมหาวิทยาลัยแห่งนี้ค่อนข้างหนัก นักศึกษาส่วนใหญ่แทบไม่มีโอกาสที่จะได้รู้จักกับคนที่อยู่นอกคณะตนเอง และการเปลี่ยนธรรมเนียมในการแต่งกายของคณะ ก็ทำให้หลายคนกล้าแสดงออกถึงเพศที่ตนเองเลือกมากขึ้น

“มีคนเข้ามาขอบคุณฉันมากมายที่ยกเรื่องการแต่งกายขึ้นมา เพราะทำให้เขาได้โอกาสที่จะบอกคนอื่นว่าเป็นเพศอะไร และทำให้พื้นที่ของหอสำหรับรับประทานอาหารในคณะนี้กลายเป็นสถานที่เดียวในมหาวิทยาลัยที่ประกาศให้รู้ชัดเจนว่าไม่มีการตีตราใดๆ กับคนที่แสดงออกทางเพศ นี่เป็นจุดเริ่มต้นที่ดีมาก”

*เซนต์แคทเธอรีนเป็นหนึ่งใน 31 คณะอาศัยหรือที่รู้จักกันว่า College ของมหาวิทยาลัยเคมบริดจ์ นักศึกษาทุกคนและอาจารย์ส่วนใหญ่ในมหาวิทยาลัยจะสังกัดคณะอาศัยใดคณะหนึ่ง ภายในคณะจะเป็นเขตที่พักอาศัยและพื้นที่เรียนรู้ร่วมกันของนักศึกษา โดยคละกันมาจากแต่ละคณะวิชา 

print

Leave a Reply