นักวิจัยจากมหาวิทยาลัยแห่งรัฐนอร์ทแคโรไลนาทบทวนการศึกษาวิจัยที่ดำเนินการตลอดช่วง 30 ปีที่ผ่านมา และแสดงให้เห็นผลด้านบวกถึงการพูดคุยกับผู้ปกครองเรื่องเพศสัมพันธ์ที่ปลอดภัยของวัยรุ่น ตีพิมพ์ผลการศึกษาในวารสารกุมารเวชศาสตร์ JAMA  โดยใช้การคัดข้อมูลจากการศึกษา 52 ชิ้น ซึ่งเกี่ยวข้องกับวัยรุ่น 25,314 ราย ที่มีอายุเฉลี่ย 15 ปี ในหัวข้อว่าวัยรุ่นได้พูดคุยกับแม่หรือพ่อของตนหรือไม่

รวมทั้งเรื่องที่พูดคุยในการสนทนา โดยมีเป้าหมายที่จะวัดผลกระทบของการสนทนาเรื่องเพศ เพื่อคาดคะเนการใช้ถุงยางอนามัยหรือวิธีการคุมกำเนิดอื่นๆ ผลการศึกษาพบว่า

การสื่อสารเรื่องเพศเป็นสิ่งที่น่าอึดอัดสำหรับทั้งผู้ปกครองและวัยรุ่น แต่การสนทนาเหล่านี้เป็นองค์ประกอบสำคัญของการช่วยวัยรุ่นให้ตัดสินใจอย่างปลอดภัยและดีต่อสุขภาพ

ลอร่า วิดแมน ผู้ช่วยศาสตราจารย์แห่งมหาวิทยาลัยแห่งรัฐนอร์ทแคโรไลนายืนยันผลจากการสำรวจงานวิจัยว่า เรื่องเกี่ยวกับเพศที่พ่อแม่พูดกับลูกๆ นั้นสำคัญ โดยวัยรุ่นที่พูดคุยกับพ่อแม่เรื่องเพศมีแนวโน้มที่จะใช้การคุมกำเนิดประมาณร้อยละ 10 สูงกว่ากลุ่มที่ไม่ได้พูดคุย โดยมีผลบวกต่อเด็กหญิงมากกว่าเด็กชาย การพูดคุยกับแม่มีประสิทธิภาพมากกว่าการพูดคุยกับพ่ออย่างมีนัยสำคัญ และนักวิจัยยังพบว่าการสื่อสารเรื่องเพศกับพ่อแม่ไม่มีความเชื่อมโยงกับการมีเพศสัมพันธ์ที่ปลอดภัยขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ

นักวิจัยจากมหาวิทยาลัยนิวยอร์กเขียนรายงานในบทบรรณาธิการประกอบการตีพิมพ์ในวารสารฯ ฉบับดังกล่าวว่า “วรรณกรรมทางวิทยาศาสตร์จำนวนมากแสดงให้เห็นว่าพ่อแม่ผู้ปกครองมีบทบาทสำคัญในการปลูกฝังพฤติกรรมทางเพศของวัยรุ่น อย่างไรก็ตาม ในการวิจัยนี้ยังมีแนวโน้มที่จะให้ความสำคัญกับการชะลอการเริ่มมีเพศสัมพันธ์ครั้งแรกของวัยรุ่น มากกว่าเรื่องการใช้ถุงยางอนามัยและการคุมกำเนิดที่ถูกต้องอย่างสม่ำเสมอ”

ข้อแนะนำสำหรับผู้ปกครองในการคุยเรื่องเพศกับลูกวัยรุ่น

จากการศึกษาแสดงให้เห็นว่าพ่อแม่ผู้ปกครองที่พูดคุยเรื่องเพศสัมพันธ์ที่ปลอดภัยกับลูกวัยรุ่นของตนสามารถสร้างผลเชิงบวกได้จริงโดยเฉพาะในวัยรุ่นหญิงที่คุยกับแม่  ดังนั้น จึงมีข้อแนะนำจากผู้เชี่ยวชาญเพื่อสนับสนุนให้พ่อแม่พูดคุยกับลูกเรื่องเพศ โดยมีเรื่องที่พ่อแม่ “ต้องทำ” และ “อย่าทำ” หากต้องการให้การพูดคุยส่งผลดี ดังนี้

พูดคุยตั้งแต่เนิ่นๆ

หลักคิดก็คือ ถ้ายิ่งเริ่มต้นพูดคุยตั้งแต่เนิ่นๆ เมื่อลูกค่อยๆ เติบโตขึ้น การพูดคุยเรื่องเพศและผลของเพศสัมพันธ์ก็จะไม่เป็นเรื่องต้องห้าม  และมีผลการวิจัยยืนยันว่าการพูดคุยเรื่องเพศไม่ได้ทำให้ลูกของคุณต้องการมีเพศสัมพันธ์

“อย่ารอจนลูกตั้งท้องแล้วจึงค่อยเริ่มคุย”

ปรับความรู้ให้ทันสมัย

พ่อแม่ผู้ปกครองต้องมีข้อมูลที่ถูกต้องก่อนพูดคุยกับลูกเรื่องเพศ และเว็บไซต์หนึ่งที่เหมาะสำหรับพ่อแม่ผู้ปกครอง ผู้ใหญ่ตอนต้น และวัยรุ่นที่ต้องการข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับเพศสัมพันธ์ที่ปลอดภัย คือ Bedsider ดำเนินการโดยโครงการรณรงค์แห่งชาติเพื่อป้องกันการตั้งครรภ์ที่ไม่พึงประสงค์ในวัยรุ่น

“เรื่องราวต่างๆ เปลี่ยนแปลงไปมากมาย มีวิธีการคุมกำเนิดหลากหลายชนิดเกิดขึ้นใหม่ซึ่งสมัยที่ผู้ปกครองเป็นเด็กยังไม่มี ไม่รู้จัก พ่อแม่ต้องพยายามช่วยให้ลูกเข้าใจวิธีการมีสุขภาพดีเรื่องเพศมากที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้”

แบ่งปันค่านิยมของครอบครัว

 “อย่ากลัวการถ่ายทอดความเชื่อและการส่งต่อสิ่งที่คุณคิดและถือว่ามีความเหมาะสมให้แก่ลูก แต่อย่าลืมว่าต้องปล่อยให้ลูกๆ ตัดสินใจเกี่ยวกับชีวิตส่วนตัวด้วยตัวเอง”

สนทนาอย่างต่อเนื่อง

การพูดคุยเรื่องเพศสัมพันธ์ที่ปลอดภัยไม่ใช่การคุยกันเพียงครั้งเดียว เด็กๆ จะถูกโหมกระหน่ำด้วยข้อมูลข่าวสารเกี่ยวกับเรื่องเพศอยู่ตลอดเวลา พ่อแม่จึงต้องรู้จักใช้ประโยชน์จาก “โอกาสทอง” เหล่านั้น เรื่องเหล่านี้อยู่ในสื่อตลอดเวลา  หาวิธีที่จะพูดคุยกับลูกๆ ด้วยภาษาและวิธีที่เข้าใจได้ง่าย และคุยอย่างสม่ำเสมอ

อย่ากังวลเรื่องความอึดอัดใจ

พ่อแม่เป็นแหล่งข้อมูลหลักอันหนึ่งของลูกๆ ดังนั้น จึงเป็นสิ่งสำคัญที่จะต้องสื่อสารอย่างต่อเนื่อง โดยไม่ต้องกังวลใจว่าข้อมูลจะครบถ้วนสมบูรณ์หรือไม่ สิ่งที่ลูกอยากได้ยิน ไม่ใช่ข้อมูลความรู้ แต่เป็นความเห็นของพ่อแม่ต่อเรื่องเพศของวัยรุ่น

อย่าตัดสินหรือลงโทษ

หากเกิดเรื่องที่ไม่คาดคิดขึ้น  เช่น การท้องหรือข่มขืน วัยรุ่นจำเป็นต้องได้รับความมั่นใจว่าพวกเขาสามารถเข้าหาและพูดคุยกับผู้ปกครองเพื่อให้ช่วยเหลือได้ ฉะนั้นอย่าปิดกั้นตัวลูกๆ อย่าปิดช่องทางการสื่อสารโดยพูดว่า “ถ้าขืนลูกทำอย่างนี้แล้วล่ะก็ อย่าหวังว่าจะได้เข้ามาเหยียบบ้านนี้อีก” ไม่ควรเผชิญหน้ากับลูกวัยรุ่นด้วยคำถาม เช่น “มีเซ็กส์หรือเปล่า? แล้วใช้ถุงยางอนามัยหรือเปล่า?” แต่ควรทำตัวให้เป็นแหล่งข้อมูล โดยถามว่า “ลูกรู้ไหมว่าจะหาถุงยางอนามัยหรือยาคุมกำเนิดได้ที่ไหน?”

พ่อแม่ควรบอกลูกตรงๆ ถึงความกังวลเรื่องความปลอดภัยของลูก โดยพูดให้เหมือนการเตือนเรื่องการดื่มแอลกอฮอล์ที่เตือนว่า อย่าดื่มแล้วขับ  และไม่ว่าจะชอบหรือไม่ เด็กๆ ก็แอบไปเที่ยวทำนั่นทำนี่อยู่แล้ว จึงต้องมีการสนทนาให้ลูกรู้ว่า “พ่อแม่ไว้ใจการตัดสินใจของลูก แต่บางครั้งลูกก็อาจตกอยู่ในสถานการณ์ที่ต้องการความช่วยเหลือโดยคาดไม่ถึง พ่อแม่แค่อยากจะแน่ใจว่าลูกปลอดภัย เราเป็นห่วงลูกนะ” ถ้าลูกไม่สามารถเข้าใกล้พ่อแม่ เพื่อได้รับข้อมูลที่ถูกต้องแล้ว อาจประสบกับแรงกดดันจากเพื่อน แล้วได้รับข้อมูลจากกลุ่มเพื่อนที่ได้ข้อมูลมาผิดๆ หรือหันไปใช้แหล่งข้อมูลออนไลน์ที่อาศัยไม่ค่อยได้

อย่าเปิดเผยจนมากเกินไป

ความจริงแล้ว ลูกไม่อยากรู้เรื่องราวเกี่ยวกับชีวิตทางเพศของพ่อแม่หรอกว่า ตอนเป็นวัยรุ่นพ่อแม่สร้างวีรกรรมอะไรไว้บ้าง ถ้าทำให้เป็นเรื่องส่วนตัวจะยิ่งทำให้เด็กๆ เบื่อ ไม่อยากฟัง แทนที่จะเล่าแต่เรื่องของตัวเอง  พ่อแม่ควรลองอ้างถึงบทความที่เคยอ่าน หรือรายการละครที่ดูทางทีวี หรือที่กำลังเป็นที่ฮือฮาในโซเชียลเน็ตมาใช้เป็นสนทนาจะทำให้ลูกสนใจมากกว่า

 

แปลและเรียบเรียงจาก Teen Sex Talks with Parents, Especially Moms, Associated with Safer Sex

 

print

Leave a Reply