กรอบการทำงานของ UNFPA ในส่วนงานเพศวิถีศึกษารอบด้าน ถือเป็นพันธกิจหนึ่งจาก 5 ภารกิจด้านวัยรุ่นและเยาวชน ได้แก่ การสนับสนุนข้อมูลเชิงวิชาการเพื่อการพัฒนา การลงทุนและการดำเนินกิจกรรม การสร้างเสริมศักยภาพในการให้บริการด้านสุขภาวะทางเพศและอนามัยการเจริญพันธุ์ซึ่งรวมถึงการป้องกัน การรักษา และการดูแลการติดเชื้อเอชไอวี การดำเนินการเชิงรุกเพื่อเข้าถึงกลุ่มประชากรที่มีความเปราะบาง และการมีส่วนร่วมและความเป็นผู้นำของเยาวชน

UNFPA ได้ให้คำนิยาม “เพศวิถีศึกษารอบด้าน” ว่าคือ กลวิธีการเรียนการสอนเพศวิถีศึกษาที่ตั้งอยู่บนพื้นฐานของสิทธิและให้ความสำคัญกับเพศภาวะ ไม่ว่าจะอยู่ในหรือนอกบริบทโรงเรียน เป็นหลักสูตรการศึกษาที่มีจุดมุ่งหมายเพื่อให้เด็กและเยาวชนสามารถใช้ความรู้ ทักษะ ทัศนคติ และค่านิยม เพื่อพัฒนามุมมองเชิงบวกด้านเพศวิถีของตน พร้อมกับพัฒนาการด้านอารมณ์และสังคมของตนเอง ทั้งนี้ โดยนำวิสัยทัศน์แบบองค์รวมของเพศวิถีและพฤติกรรมทางเพศมาใช้ ซึ่งครอบคลุมมากกว่าการมุ่งเน้นที่การป้องกันการตั้งครรภ์และโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์

สำหรับหลักการพื้นฐานของการดำเนินโครงการเพศวิถีศึกษารอบด้าน ควรอยู่บนพื้นฐานของหลักฐานเชิงประจักษ์ และครอบคลุมองค์ประกอบทั้งหมด 9 ประการ ดังนี้

 

(1) อยู่บนพื้นฐานหลักสากลด้านสิทธิมนุษยชน

หลักสูตรเพศวิถีศึกษา ถือเป็นเครื่องมือสำหรับส่งเสริมความเท่าเทียมทางเพศและสิทธิมนุษยชน รวมถึงสิทธิในสุขภาพและการขจัดการเลือกปฏิบัติ แม้แต่ผู้เรียนที่อายุน้อยยังสามารถเข้าใจแนวคิดของความเป็นธรรม การเคารพผู้อื่น การปฏิบัติอย่างเท่าเทียมกัน และโอกาสในการมีส่วนร่วม การปกป้องสิทธิในเนื้อตัวร่างกายของตน และความเป็นอิสระจากการตีตราและการกระทำรุนแรง การบรรลุความเข้าใจแนวคิดเหล่านี้ จะเปลี่ยนแปลงชีวิตประจำวันของเด็กและเยาวชน และยังเป็นการสร้างรากฐานให้กับวิธีปฏิบัติเชิงบวกต่อความเป็นอยู่และความสัมพันธ์ทางสังคมของบุคคล

UNFPA ถือว่าสิทธิมนุษยชนเป็นองค์ประกอบหลักที่ไม่ใช่ส่วนเสริมของเพศวิถีศึกษารอบด้าน ดังนั้น หลักสูตรและวัฒนธรรมห้องเรียน ควรส่งเสริมให้เกิดสภาพแวดล้อมที่ไม่มีการเลือกปฏิบัติ เช่นเดียวกับนโยบายและวิธีปฏิบัติภายในโรงเรียนและชุมชน  รวมทั้งกระตุ้นให้มีบรรทัดฐานและทัศนคติที่เคารพสิทธิมนุษยชนและความแตกต่างหลากหลาย ซึ่งรวมถึงความหลากหลายทางเพศด้วย

โปรแกรมเพศวิถีศึกษารอบด้าน สามารถส่งเสริมความเสมอภาคและสิทธิ โดยการแก้ไขปัญหาความเปราะบาง การถูกแบ่งแยกกีดกัน และการตระหนักถึงความซับซ้อนของชีวิตเยาวชน การกระทำเช่นว่านี้จะเป็นสิ่งกำหนดพื้นฐานสำหรับเยาวชนทุกคน รวมทั้งกลุ่มที่มีความเปราะบาง ให้มีความมั่นคงในด้านสุขภาวะทางเพศและอนามัยการเจริญพันธุ์ สุขภาพจิต ตลอดจนความเป็นอยู่ที่ดีของตนเอง

(2) เน้นเรื่องเพศภาวะ

ข้อตกลงระหว่างประเทศกำหนดว่า เพศวิถีศึกษารอบด้านต้องส่งเสริมความเสมอภาคทางเพศ ขณะเดียวกัน งานวิจัยเกี่ยวกับเพศวิถีศึกษารอบด้านก็ยืนยันว่า นี่เป็นกุญแจสำคัญสู่ความมีประสิทธิภาพของเพศวิถีศึกษา โปรแกรมต่างๆ ควรมุ่งเน้นเรื่องเพศภาวะด้วยหลากหลายวิธี เพศภาวะอาจจะเป็นหัวข้อแยกเฉพาะในหลักสูตรเพศวิถีศึกษารอบด้านก็ได้ โดยมีหัวข้อย่อยที่สำคัญ ได้แก่

  • การให้คำนิยามเพศภาวะ และบรรทัดฐานของเพศชาย/เพศหญิง
  • วิธีการที่เด็กชายและเด็กหญิงถูกขัดเกลาทางสังคมในเรื่องบทบาททางเพศ และการเปลี่ยนแปลงของบรรทัดฐานทางเพศภาวะ
  • ผลกระทบของบรรทัดฐานทางเพศภาวะต่อชีวิตของเยาวชน โดยเฉพาะอย่างยิ่งชีวิตในครอบครัว ในความสัมพันธ์กับคู่รัก ตลอดจนในชีวิตการศึกษา
  • เนื้อหาเกี่ยวกับเพศภาวะจากสื่อและศาสนา
  • ลักษณะและผลกระทบของความไม่เท่าเทียมกันทางเพศในสังคม ตัวอย่างเช่น การเข้าถึงการจ้างงาน พื้นที่สาธารณะ และการปฏิบัติต่อกันภายใต้กฎหมาย

เมื่อนำเสนอประเด็นเพศสภาวะผ่านหัวข้อต่างๆของหลักสูตรเพศวิถีศึกษารอบด้านยังสามารถชูประเด็นได้ด้วยว่า เพศภาวะนั้นมีอิทธิพลต่อการเข้าสู่วัยเจริญพันธุ์ เพศวิถี สุขภาวะทางเพศและอนามัยการเจริญพันธุ์ และความเสี่ยงต่อเอชไอวีหัวข้อสำคัญอาจสอนเป็นประเด็นแยกต่างหากหรือเป็นส่วนหนึ่งของหน่วยการเรียนรู้ เช่น หัวข้อที่ว่าด้วยการตั้งครรภ์หรือเอชไอวี และอาจรวมถึง:

  • อำนาจที่ไม่เท่าเทียมกันในความสัมพันธ์ในการเจรจาต่อรองการใช้ถุงยางอนามัยและอุปกรณ์คุมกำเนิด
  • การกระทำรุนแรงต่อคู่รัก (และความรุนแรงบนพื้นฐานของเพศภาวะ) รวมถึงการถูกบังคับให้มีเพศสัมพันธ์โดยไม่สมัครใจ
  • การแต่งงานในวัยเด็กและการขลิบอวัยวะเพศหญิง

เพศภาวะยังเป็นมิติที่สำคัญของทักษะการสื่อสาร การกล้าแสดงออก เจตนา/เป้าหมาย การตัดสินใจ และการสร้างความสัมพันธ์  การเรียนการสอนทักษะเหล่านี้ ควรรวมเอามุมมองด้านเพศภาวะเข้าไว้ด้วย นอกเหนือจากในหลักสูตรแล้ว การเน้นเรื่องเพศภาวะยังเชื่อมโยงกับความพยายามในการขจัดบรรทัดฐานทางเพศภาวะที่ส่งผลอันตรายในสภาพแวดล้อมแห่งการเรียนรู้ และช่วยให้เด็กผู้หญิงได้เรียนต่อในโรงเรียน

ข้อตกลงระหว่างประเทศกำหนดว่า เพศวิถีศึกษารอบด้านต้องส่งเสริมความเสมอภาคทางเพศ ขณะเดียวกันงานวิจัยยืนยันว่า นี่เป็นกุญแจสำคัญสู่ความมีประสิทธิภาพของเพศวิถีศึกษาในหลักสูตรเพศวิถีศึกษารอบด้าน เพศภาวะอาจจะเป็นหัวข้อแยกเฉพาะหรือนำไปใช้กับหัวข้ออื่นๆในหลักสูตรเพศวิถีศึกษารอบด้าน นอกเหนือจากในหลักสูตรแล้ว การเน้นเรื่องเพศภาวะยังเชื่อมโยงกับความพยายามขจัดบรรทัดฐานทางเพศภาวะที่ส่งผลอันตรายในสภาพแวดล้อมแห่งการเรียนรู้ และช่วยให้เด็กผู้หญิงได้เรียนต่อในโรงเรียน

(3) ให้ข้อมูลที่แม่นยำ ถูกต้องทางวิทยาศาสตร์

ถ้าเยาวชนจะต้องปกป้องตัวเองจากผลลัพธ์เชิงลบด้านสุขภาวะทางเพศและอนามัยการเจริญพันธุ์ และพัฒนาความสามารถเพื่อให้มีวิถีชีวิตทางเพศที่ดีต่อสุขภาพของตนเอง มีความปลอดภัย และตนเองพึงพอใจ เมื่อเติบโตเป็นผู้ใหญ่แล้วนั้น เยาวชนจะต้องมีข้อมูลที่รอบด้านและถูกต้อง โปรแกรมเพศวิถีศึกษาที่ไม่ให้ข้อมูลที่รอบด้านและถูกต้องแม่นยำนั้น ไม่ตอบสนองต่อสิทธิของเยาวชนในการได้รับข้อมูล จึงไม่จัดว่าเป็นเพศวิถีศึกษารอบด้าน หัวข้อต่างๆ ที่เยาวชนต้องการได้รับข้อมูลที่ถูกต้องและรอบด้าน มีดังนี้

  • สิทธิมนุษยชนและค่านิยม
  • บรรทัดฐานทางเพศภาวะ
  • เพศวิถีและพฤติกรรมทางเพศ รวมถึงประเด็นการให้ความยินยอมและการตัดสินใจ การบีบบังคับทางเพศ และความหลากหลายทางเพศ
  • ร่างกาย รวมถึงการเข้าสู่วัยเจริญพันธุ์และการเจริญพันธุ์ของมนุษย์
  • ความสัมพันธ์กับครอบครัวและกลุ่มเพื่อน ตลอดจนความสัมพันธ์เชิงคู่รักและความสัมพันธ์ระยะยาว
  • การสื่อสารและทักษะการตัดสินใจ รวมถึงการปฏิเสธการถูกบังคับให้มีเพศสัมพันธ์ การเจรจาต่อรองและการใช้ถุงยางอนามัย/วิธีคุมกำเนิดสำหรับชายและหญิงอย่างถูกต้อง และการขอคำแนะนำและการสนับสนุนจากพ่อแม่ ตลอดจนการระมัดระวังการใช้สารเสพติดและความเสี่ยงทางเพศ
  • สุขภาวะทางเพศ โดยเฉพาะอย่างยิ่งโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์/เอชไอวีและเอดส์ การตั้งครรภ์ที่ไม่ได้ตั้งใจ ถุงยางอนามัยและการคุมกำเนิด
  • ตลอดจนข้อมูลเกี่ยวกับวิธีการเข้าถึงบริการด้านสุขภาพและความช่วยเหลืออื่นๆ

(4) สร้างสภาพแวดล้อมการเรียนรู้ที่ปลอดภัยและเอื้อต่อสุขภาวะที่ดี 

สภาพแวดล้อมการเรียนรู้ที่ปลอดภัยและเอื้อต่อสุขภาวะที่ดี เป็นสภาพแวดล้อมที่ปลอดการรังแก การเลือกปฏิบัติ การคุกคาม และการกระทำรุนแรง เป็นสิ่งที่ควรมีสำหรับการเรียนรู้ที่มีประสิทธิภาพของวิชาใดๆ อยู่แล้ว แต่จำเป็นอย่างยิ่งสำหรับเพศวิถีศึกษารอบด้าน ความปลอดภัยเป็นประเด็นสำคัญทั้งในบริบทภายในและนอกโรงเรียน ซึ่งครอบคลุมขณะที่นักเรียน/ผู้เข้าร่วมโครงการเดินทางไปโรงเรียนหรือพื้นที่จัดการเรียนรู้และเดินทางกลับบ้าน สมาชิกชุมชนการเรียนรู้ทุกคน รวมทั้งเจ้าหน้าที่ผู้ใหญ่ จะต้องปลอดภัย

โรงเรียนและกลุ่มชุมชนที่ให้บริการเด็กและเยาวชน ต้องใช้นโยบายเข้มงวดที่ห้ามไม่ให้มีการเลือกปฏิบัติ การรังแก และการคุกคามหรือกิจกรรมทางเพศเกิดขึ้นระหว่างครูหรือเจ้าหน้าที่ที่เป็นผู้ใหญ่กับผู้เรียน และควรกำหนดนโยบายที่ปกป้องและรักษาความลับของผู้เรียนและนโยบายที่ทำให้เกิดการรายงานในกรณีที่มีการละเมิดการรักษาความลับ  เพื่อดำรงนโยบายเหล่านี้ จำเป็นจะต้องมีการสนับสนุนและการฝึกอบรมที่เหมาะสมแก่ครูผู้สอนและเจ้าหน้าที่ด้วยเช่นกัน

(5) มีการเชื่อมโยงกับแหล่งบริการด้านสุขภาวะเพศและอนามัยการเจริญพันธุ์ และโครงการริเริ่มอื่นๆ ที่แก้ปัญหาเพศภาวะ ความเสมอภาค การเพิ่มขีดความสามารถและการเข้าถึงสินทรัพย์ทางการศึกษา เศรษฐกิจ และสังคมแก่เยาวชน  

การเชื่อมโยงโปรแกรมเพศวิถีศึกษารอบด้านเข้ากับโครงการริเริ่มอื่นที่ส่งเสริมกัน ช่วยสร้างผลลัพธ์เชิงบวกได้มากยิ่งขึ้น ทั้งยังช่วยแก้ปัญหาปัจจัยเชิงโครงสร้างที่ผลักดันไปสู่ความเปราะบาง เช่น

  • การทำให้เยาวชนสามารถเข้าถึงบริการด้านสุขภาวะทางเพศที่เป็นมิตรต่อเยาวชน
  • การทำให้เยาวชนรู้จักกฎหมาย โครงการ และบริการที่เกี่ยวข้องที่ส่งผลต่อสิทธิของตนเอง
  • การรวมเอาข้อมูลเกี่ยวกับกระบวนการเปลี่ยนบรรทัดฐานทางสังคมที่เป็นอันตรายเข้าไว้ในหลักสูตร (เช่น การเคลื่อนไหวเพื่อการเปลี่ยนแปลงทางสังคม) ตลอดจนการให้ทางเลือกที่ปลอดภัยแก่ผู้เรียน ในการมีส่วนร่วมอย่างแข็งขันเพื่อการเปลี่ยนแปลงในเชิงบวก
  • การทำงานร่วมกับการดำเนินงานผลักดันกฎหมาย นโยบาย โปรแกรม และกลไกการบังคับใช้ที่จะช่วยให้เด็กผู้หญิงได้เรียนต่อในโรงเรียน (เช่น โครงการให้เงินช่วยเหลืออย่างมีเงื่อนไข) และเพื่อป้องกันการคุกคามทางเพศ การกระทำรุนแรงต่อคู่รัก การรังแกคนรักเพศเดียวกัน ตลอดจนการเลือกปฏิบัติในสถานที่ทำงานและพื้นที่สาธารณะ
  • การทำให้การเชื่อมโยงเหล่านี้เป็นผลสำเร็จ ผ่านกลไกผู้ตรวจการแผ่นดิน ที่เยาวชนสามารถเข้าถึงเพื่อขอรับความช่วยเหลือได้
  • การเชื่อมโยงไปยังโครงการริเริ่มของ UNFPA เพื่อวัยรุ่นหญิง

การเปลี่ยนแปลงมีแนวโน้มที่จะเกิดขึ้น เมื่อบุคคลเชื่อว่าตนเองสำคัญ และมักมีแนวโน้มที่จะต้องการสร้างความแตกต่างเชิงบวกให้แก่โลก การเรียนการสอนเรื่องการผลักดันนโยบาย สามารถนำชีวิตจริงเข้ามาไว้ในหลักสูตรเพศวิถีศึกษารอบด้านได้ด้วย และช่วยพัฒนาขีดความสามารถผู้เรียนให้เป็นตัวแทนทั้งในและนอกวิถีชีวิตของตนเอง และพัฒนาสู่การเป็นผู้นำในชุมชนของตน

(6) จัดการเรียนการสอนแบบมีส่วนร่วมเพื่อนำข้อมูลไปใช้ได้ในระดับบุคคล และเพื่อทักษะที่เข้มแข็งในการสื่อสาร การตัดสินใจ และการคิดอย่างเป็นเหตุเป็นผล

การที่เยาวชนจะรับเอาพฤติกรรมที่ปลอดภัยอันเป็นผลมาจากการเรียนไปปฏิบัตินั้น เยาวชนจะต้องมีส่วนร่วมในกระบวนการเรียนรู้ และต้องได้รับการส่งเสริมให้สามารถนำข้อมูลไปใช้ได้กับตนเอง โดยสามารถประยุกต์ใช้กับวิถีชีวิตด้านอารมณ์ ความสัมพันธ์ และการตัดสินใจของตนเองได้  ดังนั้น เพศวิถีศึกษารอบด้าน ไม่ว่าจะสอนในหรือนอกโรงเรียน ควรใช้วิธีการที่หลากหลายและใช้รูปแบบการมีส่วนร่วม ทั่วทุกพิสัยการเรียนรู้ ทั้งพุทธิพิสัย จิตพิสัย และทักษะพิสัย

ในบรรดาทักษะที่สำคัญที่สุดที่จะต้องสอนในเพศวิถีศึกษารอบด้านนั้น ได้แก่ การสื่อสาร การเจรจาต่อรอง และการตัดสินใจ นอกจากนี้ เนื่องจากพฤติกรรมทางเพศได้รับอิทธิพลอย่างมากจากบรรทัดฐานทางเพศภาวะ อีกทั้งการทบทวนบรรทัดฐานทางเพศภาวะจำเป็นต้องมีการสะท้อนและการวิเคราะห์ส่วนบุคคล หลักสูตรจึงต้องส่งเสริมให้เกิดทักษะการคิดอย่างเป็นเหตุเป็นผล

การส่งเสริมให้เยาวชนมีทักษะการคิดอย่างเป็นเหตุเป็นผลและการวิเคราะห์นั้น เป็นเป้าหมายของระบบการศึกษาส่วนใหญ่ และเป็นเป้าหมายขององค์กรพัฒนาเอกชนจำนวนมากที่มุ่งเน้นด้านการศึกษา อย่างไรก็ดี ด้วยการส่งเสริมการคิดอย่างเป็นเหตุเป็นผลนี้ เพศวิถีศึกษารอบด้านที่มีประสิทธิภาพจะสามารถนำไปสู่การเสริมสร้างความเข้มแข็งของความก้าวหน้าทางวิชาการโดยรวมได้

งานวิจัยกรณีศึกษาชิ้นหนึ่งที่ดำเนินการเมื่อเร็วๆ นี้ เสนอแนะว่า การพัฒนาทักษะและการใช้กลวิธีการเรียนการสอนแบบนี้ สามารถยกระดับความพึงพอใจและแรงจูงใจในวิชาชีพของครูผู้สอนได้ด้วย และทำให้เกิดผลกระเพื่อมในเชิงบวกต่อการสอนของครูที่มากกว่าการสอนเพศวิถีศึกษา ครูผู้สอนที่ได้เรียนรู้กลวิธีการเรียนการสอนแบบนี้จากการฝึกอบรมด้านเพศวิถีศึกษา ได้รายงานว่ากลวิธีดังกล่าวส่งเสริมให้เกิดการเชื่อมโยงระหว่างนักเรียนกับครูผู้สอนและนักเรียนกับโรงเรียน ยิ่งไปกว่านั้น การปลูกฝังให้เกิดอุปนิสัยที่ตั้งอยู่บนความมีเหตุผลที่จำเป็นต่อการทำความเข้าใจเรื่องความสัมพันธ์ระหว่างตนเองกับผู้อื่นและสังคม เป็นการวางรากฐานตลอดชีวิตให้แก่การเป็นพลเมืองผู้รอบรู้ด้วยข้อมูลข่าวสาร

(7) เสริมสร้างความเข้มแข็งให้เยาวชนมีส่วนร่วมในการผลักดันนโยบายและในฐานะพลเมือง 

วิธีการที่มีประสิทธิภาพในการดึงดูดเยาวชนให้มีส่วนร่วมในโปรแกรมเพศวิถีศึกษารอบด้านมีหลายวิธี หนึ่งในนั้นคือการให้เยาวชนมีส่วนเกี่ยวข้องในการออกแบบโครงการอย่างจริงจัง เพื่อช่วยให้มั่นใจว่าโครงการริเริ่มต่างๆ จะสอดคล้องกับความต้องการและแก้ปัญหาของผู้เรียน หลายแห่งให้วัยรุ่นทำหน้าที่เป็นเพื่อนผู้ให้ความรู้ (peer  educators) นอกจากนี้ สิ่งที่สำคัญไม่แพ้กันแต่มักจะถูกมองข้าม คือการรวมเอาหัวข้อทักษะพื้นฐานสำหรับการมีส่วนร่วมในฐานะพลเมืองและการผลักดันนโยบายเข้าไว้ในหลักสูตรด้วย

จะเป็นการดียิ่ง หากหลักสูตรเพศวิถีศึกษารอบด้านบูรณาการบทเรียนเหล่านี้ด้วย ได้แก่ การมีส่วนร่วมในฐานะพลเมือง ความเท่าเทียมทางเพศ การลดความรุนแรง การคุ้มครองทางกฎหมาย สิทธิมนุษยชน ศักดิ์ศรีและความหลากหลาย

เมื่อบุคคลเชื่อว่าตนเองสำคัญ มักมีแนวโน้มที่จะต้องการสร้างความแตกต่างเชิงบวกให้แก่โลก โดยอาจแสดงออกในรูปของการกระทำระหว่างบุคคล เช่น  การเข้าไปแทรกแซงญาติที่กำลังจะขลิบอวัยวะเพศลูกสาวตนเอง หรือเพื่อนร่วมชั้นที่กำลังรังแกผู้อื่น หรืออาจเป็นการกระทำในระดับวงกว้างขึ้น เช่น กลุ่มเยาวชนชายที่กำลังกระทำการในที่สาธารณะอันเป็นความรุนแรงบนพื้นฐานของเพศภาวะ

ประเด็นก็คือ การเรียนการสอนเรื่องการผลักดันนโยบาย สามารถนำชีวิตจริงเข้ามาไว้ในหลักสูตรเพศวิถีศึกษารอบด้านได้ด้วย และช่วยพัฒนาขีดความสามารถของผู้เรียนให้เป็นตัวแทนทั้งในและนอกวิถีชีวิตของตนเอง และพัฒนาสู่การเป็นผู้นำในชุมชนของตน

(8) มีความสอดคล้องทางด้านวัฒนธรรมในการแก้ปัญหาการละเมิดสิทธิมนุษยชนและความไม่เท่าเทียมทางเพศ  

สิทธิมนุษยชนและความเท่าเทียมทางเพศเป็นคุณค่าที่เป็นสากล เกี่ยวข้องและตรงกับบริบทที่หลากหลาย อย่างไรก็ตาม การออกห่างจากคุณค่าเหล่านี้พบเห็นได้เป็นส่วนใหญ่ ตัวอย่างเช่น อำนาจที่ไม่เท่าเทียมกันภายในความสัมพันธ์เชิงคู่รักและทั่วทั้งสังคม ความรุนแรงบนพื้นฐานของเพศภาวะ การกระทำสองมาตรฐานในเรื่องเพศวิถี การคุกคามต่อเยาวชนคนรักเพศเดียวกัน การขัดเกลาทางสังคมที่แตกต่างกันของเด็กหญิงเมื่อเทียบกับเด็กชาย เช่น แรงกดดันต่อเด็กชายให้เป็นผู้นำและต่อเด็กผู้หญิงให้เป็นผู้ยอมจำนน และการแสวงหาประโยชน์ทางเพศ ซึ่งรวมถึงการค้าทางเพศ

นอกจากนี้ การละเมิดสิทธิมนุษยชนและการแสดงออกถึงความไม่เท่าเทียมกันทางเพศภาวะนั้นแตกต่างกันไปตามแต่ละบริบท ตัวอย่างเช่น การขลิบอวัยวะเพศหญิง การล่อลวงทางเพศกับเด็กผู้หญิง การปฏิเสธไม่ให้เด็กผู้หญิงเข้าเรียนในระดับมัธยมศึกษา กฎหมายการรับมรดก และการแต่งงานในวัยเด็ก อาจเป็นที่แพร่หลายมากในภูมิภาคหนึ่งเมื่อเทียบกับอีกภูมิภาค เป็นต้น

ทั้งนี้ หากมีการสร้างความรู้สึกเป็นเจ้าของในประเทศหรือท้องถิ่น และผู้มีส่วนได้เสียที่หลากหลาย รวมทั้งผู้ผลักดันนโยบายด้านความเท่าเทียมทางเพศและสิทธิมนุษยชนได้มีส่วนร่วมในระหว่างขั้นตอนการวางแผนหลักสูตร ก็จะทำให้มั่นใจได้ว่าหลักสูตรเพศวิถีศึกษามีความเหมาะสมและมีความละเอียดอ่อนต่อบริบทในประเทศหรือท้องถิ่น

(9) ทำงานเชิงรุกกับทั้งภาคส่วนทางการและไม่เป็นทางการ และครอบคลุมทุกกลุ่มอายุ  

สิ่งสำคัญต่อความสำเร็จของโปรแกรมเพศวิถีศึกษารอบด้าน คือต้องครอบคลุมทุกกลุ่มอายุและในทุกพื้นที่ของเยาวชน เพราะทัศนคติเกี่ยวกับเพศภาวะและเพศวิถีจะก่อตัวขึ้นตั้งแต่ช่วงวัยประถมศึกษา และจากนั้นมีแนวโน้มที่จะไปผนวกรวมกับช่วงปีใกล้วัยแรกรุ่นหรือวัยเข้าสู่ภาวะเจริญพันธุ์ จึงต้องจัดการศึกษาที่เหมาะสมกับพัฒนาการนี้ เยาวชนหลายคน โดยเฉพาะเด็กหญิง ไม่สามารถเข้าเรียนต่อในระดับชั้นมัธยมศึกษาได้ และโดยทั่วไป เยาวชนเหล่านี้จะตกเป็นผู้ที่อยู่ในกลุ่มเสี่ยงต่อการละเมิดสิทธิมนุษยชนและผลลัพธ์ทางสุขภาวะทางเพศที่ไม่พึงประสงค์มากที่สุด แม้แต่ในบริบทที่มีอัตราการเข้าเรียนในโรงเรียนมัธยมศึกษาสูงก็ตาม บ่อยครั้งที่เยาวชนผู้ที่มีความเปราะบางที่สุด ที่ไม่ได้อยู่ในระบบโรงเรียน หรือผู้ที่มีส่วนร่วมได้ง่ายนอกบริบทห้องเรียนในระบบที่เป็นทางการ คือกลุ่มต่อไปนี้

  • เด็กหญิงที่กำลังเรียนอยู่ในระบบโรงเรียน แต่อยู่ในช่วงชั้นที่ต่ำกว่าเกณฑ์อายุ เพราะแรงกดดันทางเศรษฐกิจและในครอบครัว
  • เด็กหนุ่มในกลุ่มอันธพาล
  • วัยรุ่นที่ใช้สารเสพติด
  • เยาวชนที่มีความบกพร่องทางการเรียนรู้
  • เด็กหญิงและเด็กชายที่ยอมมีกิจกรรมทางเพศเพื่อแลกกับเงินเพื่อความอยู่รอดทางเศรษฐกิจ

นี่จึงเป็นเหตุผลว่าทำไมข้อตกลงระหว่างประเทศจึงระบุว่า โปรแกรมเพศวิถีศึกษารอบด้าน ควรจัดให้มีทั้งในบริบทชุมชนและในโรงเรียน โปรแกรมในโรงเรียนและโปรแกรมนอกโรงเรียน ควรเป็นการจัดอย่างมีความต่อเนื่องมากกว่าการจัดแบบแยกส่วน ตัวอย่างเช่น บางหลักสูตรจัดในบริเวณโรงเรียน แต่กลับไม่ได้อยู่ในช่วงเวลาเรียน ขณะเดียวกัน โปรแกรมนอกโรงเรียนหลายโปรแกรม ก็เป็นการดึงผู้ให้ความรู้มาจากครูผู้สอนในโรงเรียนท้องถิ่น ยิ่งไปกว่านั้น บางโรงเรียนก็พึ่งพาอาศัยองค์กรพัฒนาเอกชนให้เป็นผู้ให้ข้อมูลแก่นักเรียน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในประเทศที่ภาคประชาสังคมอ่อนแอ นอกจากนี้ องค์กรพัฒนาเอกชนจะต้องรักษาความสัมพันธ์ใกล้ชิดกับรัฐบาล เพื่อดำรงสถานะและอิทธิพลขององค์กรตนเอง

ส่วนโปรแกรมที่ไม่เป็นทางการนั้น สามารถเล่นบทบาทเชิงกลยุทธ์ได้เป็นอย่างยิ่ง โปรแกรมดังกล่าวมีความสำคัญในการเข้าถึงเยาวชน ผู้ที่ไม่ได้เข้าเรียนในระบบโรงเรียน ตัวอย่างเช่น เด็กหญิงและเด็กชายที่มีความเป็นอยู่อย่างยากจนที่สุด และเด็กหญิงที่ต้องแต่งงานในวัยเด็ก โปรแกรมนอกระบบโรงเรียน จึงมีความได้เปรียบกว่าในการตอบสนองความต้องการทางการเรียนรู้และทางสังคมของเยาวชนที่มีความเปราะบาง ไม่ว่าจะกำลังเรียนอยู่ในระบบโรงเรียนหรือไม่ก็ตาม นอกจากนี้ โปรแกรมที่จัดโดยอาศัยชุมชนเป็นฐาน มักจะมีความพร้อมมากกว่าที่จะเข้าถึงพ่อแม่ผู้ปกครอง

 

เอกสารฉบับนี้แปลจาก UNFPA Operational Guidance for Comprehensive Sexuality Education: A Focus on Human Rights and Gender โดยองค์การสมาชิกรัฐสภาแห่งเอเชียด้านประชากรและการพัฒนา (AFPPD) ในความสนับสนุนของกองทุนประชากรแห่งสหประชาชาติ สำนักงานประจำประเทศไทย (UNFPA Thailand Office)  เพื่อใช้เป็นเอกสารอ้างอิงแก่ผู้กำหนดนโยบาย และหน่วยงานต่างๆที่ดำเนินงานด้านสุขภาวะทางเพศและอนามัยการเจริญพันธุ์ในวัยรุ่น ตลอดจนเพื่อเป็นข้อมูลแก่บุคคลทั่วไปที่มีความสนใจในการดำเนินงานสำหรับเพศวิถีศึกษารอบด้านบนหลักการสิทธิมนุษยชนและเพศภาวะ

print

Leave a Reply