โครงการพัฒนาศักยภาพรอบด้านเพื่อยกระดับการบริการด้านอนามัยเจริญพันธุ์สำหรับผู้อพยพย้ายถิ่นและเยาวชนแรงงานต่างชาติในแนวชายแดนไทย-เมียนมาร์  ดย มูลนิธิสุวรรณนิมิตรและเครือข่ายอนามัยเจริญพันธุ์ในวัยรุ่น (ARHN) อ.แม่สอด จ.ตาก เป็นหนึ่งใน 17 โครงการที่ได้รับการสนับสนุนจาก UNFPA ประเทศไทยUNFPA ประเทศไทยให้ความสำคัญแก่การลงทุนและการดำเนินงานเพื่อพัฒนาศักยภาพเยาวชน ด้วยเล็งเห็นว่าโลกในปัจจุบันมีประชากรวัยหนุ่มสาวเป็นจำนวนเพิ่มสูงขึ้น อีกทั้งประเทศไทยได้ก้าวเข้าสู่การเป็นสังคมผู้สูงอายุซึ่งต้องพึ่งพาการนำของคนรุ่นใหม่ การสร้างและส่งเสริมภาวะความเป็นผู้นำของเด็กและเยาวชนในวันนี้จึงเรื่องที่ มีความสำคัญลำดับต้นๆ อย่างไรก็ดี เด็กและเยาวชนไทยในปัจจุบันยังเผชิญปัญหาหลายอย่างโดยเฉพาะอย่างยิ่งปัญหาด้านสุขภาพทางเพศและอนามัยการเจริญพันธุ์ ในปี 2557 ได้ให้การสนับสนุนโครงการที่มีจุดมุ่งหมายเพื่อพัฒนาศักยภาพเยาวชนให้สามารถ ปกป้องตนเองในเรื่องที่เกี่ยวข้องกับสุขภาพทางเพศและอนามัยการเจริญพันธุ์ จำนวนรวม 17 โครงการโดยดำเนินงานในปี 2558

หนึ่งความร่วมมือ ร้อยเรียงเป็นความสำเร็จ

โดย ชุติเดช ชื่นจิตต์ : ตัวแทนเครือข่ายอนามัยวัยเจริญพันธุ์เยาวชนข้ามชาติ มูลนิธิสุวรรณนิมิต

Adult Pregnancy

Boy&Condom

เด็กข้ามชาติเรียนรู้ป้ายประชาสัมพันธุ์อนามัยเจริญพันธุ์

เรียนรู้เรื่องเพศและการวางแผนครอบครัว

การพัฒนาอย่างยั่งยืนคือการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ ผ่านการส่งเสริมการเรียนรู้ การเข้าถึงบริการทางสาธารณสุขและการวางแผนครอบครัวแก่คนทุกกลุ่มทุกวัย แต่สำหรับแรงงานข้ามชาติและบุตรหลาน พวกเขาดูจะมีทางเลือกไม่มากนัก

แรงงานข้ามชาติในประเทศไทยนั้นมีนับล้านชีวิต คนกลุ่มนี้เป็นองค์ประกอบสำคัญที่คอยขับเคลื่อนระบบเศรษฐกิจไทยให้เดินหน้าต่อไป ในขณะเดียวกันก็ต้องทำหน้าที่เลี้ยงดูครอบครัวและสร้างอนาคตของบุตรเท่าที่พวกตนมีกำลังและโอกาสอำนวย เพื่อให้บุตรหลานของตนเติบโตขึ้นมาแบ่งเบาภาระของตนได้ แต่ด้วยข้อจำกัดหลายๆ ประการทำให้แรงงานและบุตรหลานแรงงานเหล่านี้เพียงส่วนน้อยสามารถเข้าถึงโอกาสการพัฒนาตนเองด้านการศึกษา ไม่เพียงเท่านั้น การเข้าถึงบริการทางการแพทย์และรับคำแนะนำทางการแพทย์ในการวางแผนครอบครัวเพื่อให้การเลี้ยงดูบุตรมีคุณภาพ ก็เป็นความท้าทายอีกประการหนึ่งที่แรงงานข้ามชาติเหล่านี้ต้องเผชิญ

ทางออกที่สำคัญอีกทางหนึ่งสำหรับกลุ่มคนที่ถูกลืมเหล่านี้ก็คือ การได้รับความช่วยเหลือจากองค์กรภาคประชาสังคมที่คอยสนับสนุนบริการสาธารณะ ซึ่งอาจเป็นปรากฏการณ์ที่จะเปลี่ยนแปลงชีวิตของพวกเขาได้

“ตอนแรกผมนึกว่าหลั่งนอกจะไม่ทำให้ผู้หญิงท้อง” ซอ ลิน อู เด็กหนุ่มชาวพม่าวัย 17 ปี     กล่าวต่อผู้สัมภาษณ์ พร้อมกับลูกน้อยวัยสองเดือนในอ้อมแขน และแฟนสาวชาวพม่าวัย 16 ปีที่อยู่ข้างเขา ทั้งคู่ต้องลาออกจากสถานศึกษา เพื่อมาทำงานหาเลี้ยงครอบครัว “ถ้าเรานับหน้า 7 หลัง 7 เป็น เราก็ไม่มีอะไรต้องห่วงเวลามีเพศสัมพันธ์” คำตอบจากกลุ่มวัยรุ่นในชุมชนที่เครือข่ายฯ เข้าไปทำกิจกรรมด้วยก่อนที่จะได้รับการฝึกอบรม

เครือข่ายอนามัยเจริญพันธุ์ในเยาวชนข้ามชาติ (Adolescent Reproductive Health Network) ก่อตั้งขึ้นเพื่อแก้ไขปัญหาการท้องในวัยรุ่นของเยาวชนแรงงานข้ามชาติที่ไม่อาจเข้าถึงข้อมูลจากภาครัฐ เนื่องด้วยอุปสรรคทางภาษา อันส่งผลให้สัดส่วนการท้องในเยาวชนข้ามชาติก่อนการดำเนินงานของเครือข่ายมีจำนวนสูงถึงร้อยละ 30 ตามข้อมูลของคลินิกแม่ตาว ซึ่งหากไม่มีการร่วมมือกันแก้ไขแล้ว ปัญหานี้จะพอกพูนและส่งผลกระทบต่อไปในวงกว้าง ด้วยเหตุเหล่านี้ 8 องค์กรชุมชนชาติพันธ์ชาวเมียนมาร์ จึงต้องเข้ามามีส่วนร่วมในการแก้ไขปัญหาเหล่านี้ เพื่อลดปัญหาทางสังคมและแบ่งเบาภาระของหน่วยงานภาครัฐในพื้นที่ 5 อำเภอชายแดนจังหวัดตาก ซึ่งมีจำนวนวัยรุ่นต่างภาษาต่างวัฒนธรรมนับหมื่นคนอาศัยอยู่

เครือข่ายอนามัยเจริญพันธุ์ในเยาวชนข้ามชาติ ได้รับการเสริมสร้างศักยภาพเกี่ยวกับองค์ความรู้ด้านอนามัยเจริญพันธุ์ในเยาวชน ทักษะในการถ่ายทอดเนื้อหาและวิธีการที่เหมาะสมเฉพาะกลุ่มเป้าหมาย พร้อมศักยภาพในการเข้าถึงชุมชนกลุ่มชาติพันธุ์ต่างๆ ที่ต้องอาศัยความเข้าใจในวัฒนธรรม แนวคิดและทัศนคติในเรื่องเพศ โดยผู้ที่เข้าถึงแต่ละชุมชนก็คือเจ้าหน้าที่ในองค์กรเครือข่ายที่รับผิดชอบพื้นที่ชุมชนกลุ่มชาติพันธุ์และภาษาของตน ทำให้การสื่อสารพูดคุยเรื่องเพศบรรลุผลและสามารถลดปัญหาลง โดยการจัดกิจกรรมกลุ่มพูดคุยกับเยาวชนข้ามชาติ อายุระหว่าง 12-25 ปี จัดพื้นที่นันทนาการเพื่อให้เด็กเหล่านี้สามารถใช้เวลาว่างให้เกิดประโยชน์ เช่น การเปิดพื้นที่ให้เยาวชนแสดงความสามารถด้านการกีฬา ร้องรำทำเพลง วาดเขียนและอ่านวรรณกรรมต่างๆ พร้อมชื่นชม ให้กำลังใจ ชี้แนะจุดดีจุดด้อยเพื่อพัฒนาทักษะความสามารถ และให้บริการคำปรึกษาเรื่องอนามัยเจริญพันธุ์ในรายกรณี จัดหาอุปกรณ์การป้องกันสำหรับการมีเพศสัมพันธ์ พร้อมทั้งแนะนำข้อมูลวิธีการใช้ที่ถูกต้อง และหากเกิดความจำเป็นหรือในกรณีที่เกิดเหตุพลาดพลั้ง  ทางเครือข่ายฯ สามารถให้บริการยาคุมกำเนิดแบบฉุกเฉินแก่ผู้ที่ต้องการได้โดยมีเจ้าหน้าที่ที่ผ่านการอบรมคอยให้บริการ

ในแต่ละปี ทางเครือข่ายฯ สามารถสร้างภูมิคุ้มกันและองค์ความรู้ที่ไม่มีสอนในสถานศึกษาให้แก่เยาวชนข้ามชาติเหล่านี้ได้มากถึงสองพันคน และคนกลุ่มนี้ก็จะเป็นผู้กระจายความรู้ในเรื่องเพศที่ได้รับการสอนมาต่อไปยังกลุ่มเพื่อน ทำให้ในปัจจุบันอัตราการตั้งครรภ์ไม่พึงประสงค์ในเยาวชนกลุ่มนี้ลดลงเกินกว่าครึ่ง เหลือเพียงร้อยละ 15 หรือ 1-2 รายต่อวัน จากผู้มาคลอดที่คลินิกแม่ตาวในทุกช่วงวัยที่เคยมีจำนวนเฉลี่ย 12 รายต่อวัน

ความก้าวหน้าอีกอย่างหนึ่ง คือการเปลี่ยนแปลงในเรื่องความคิดความเชื่อของคนรุ่นก่อน ที่ยังมีความเข้าใจที่ไม่ถ่องแท้ในเรื่องการคุมกำเนิด เช่น การสวมถุงยางอนามัยสองชั้นปลอดภัยกว่าชั้นเดียว การหลั่งนอกไม่ทำให้ท้อง การใช้วิธีหน้า 7 หลัง 7 เป็นการป้องกันการตั้งครรภ์ที่ปลอดภัย รวมถึงข้อจำกัดทางวัฒนธรรมประเพณีของแต่ละกลุ่มชาติพันธ์ที่เห็นว่าการพูดคุยเรื่องเพศกับลูกนั้นเป็นการชี้โพรงให้กระรอก ความเชื่อเหล่านี้เริ่มเปลี่ยนแปลงหลังจากที่พ่อแม่ของเยาวชนข้ามชาติได้รับข้อมูลข่าวสารของเครือข่ายฯ บนแผ่นพับที่ลูกๆ นำติดตัวกลับบ้านไป และได้ถามไถ่กับลูกว่าทางเครือข่ายฯ สอนเรื่องอะไร นี่จึงเป็นจุดเริ่มต้นของการพูดคุยและแลกเปลี่ยนทัศนะเรื่องเพศระหว่างคนต่างวัย

ในท้ายที่สุดแล้ว ความเข้าใจของคนสองช่วงวัยในการพูดคุยและทำความเข้าใจเรื่องเพศศึกษาและการตั้งครรภ์ไม่พึงประสงค์ในวัยรุ่นก็พัฒนาไปในแนวโน้มที่ดี เกิดความเข้าใจซึ่งกันและกัน ตกผลึกเป็นการเลี้ยงดูบุตรหลานของตนต่อไป ซึ่งการลดปัญหาการท้องไม่พร้อมมีผลต่อคุณภาพชีวิตที่ดีของครอบครัวแรงงานข้ามชาติและคุณภาพชีวิตของคนในสังคมโดยรอบ ศักยภาพของผู้คนเหล่านี้ที่เพิ่มมากขึ้นย่อมส่งผลต่อสังคม ความเป็นอยู่ ภาวะทางเศรษฐกิจระหว่างชายแดน และความสัมพันธ์ที่ดีขึ้นของประเทศไทยและเมียนมาร์ต่อไปในอนาคต

คลินิกแม่ตาวเป็นสถานพยาบาลที่ให้บริการแก่ผู้พลัดถิ่นด้อยโอกาสและแรงงานข้ามชาติในพื้นที่ชายแดนไทยเมียนมาร ในอำเภอแม่สอด จังหวัดตาก ก่อตั้งในปี 2532 โดยแพทย์หญิงซินเทีย หม่อง ซึ่งเป็นผู้หนีภัยการสู้รบชาวพม่าและผู้ได้รับรางวัลเกียรติยศนานาชาติหลายสาขา ปัจจุบันคลินิกแห่งมีผู้เข้ารับบริการโดยเฉลี่ย 400 รายต่อวัน

print

Leave a Reply