การรักษาความลับ

สถานศึกษามีความสามารถในการเข้าถึงนักเรียน  จึงมีหน้าที่รับผิดชอบในการตอบสนองความต้องการของนักเรียน จากการศึกษาวิจัยรวบรวมแนวทางปฏิบัติที่เป็นเลิศโดย Advocates for Youth ได้นำเสนอว่า หนึ่งในแนวทางปฏิบัติที่จำเป็น หากมีการจัดบริการที่เป็นมิตรสำหรับวัยรุ่นในโรงเรียนคือ  การเก็บรักษาความลับ

 การเก็บรักษาความลับ

การรักษาความลับ หมายถึง การที่ผู้ให้บริการด้านสุขภาพเก็บข้อมูลการบำบัดรักษาของผู้รับบริการไว้ให้เป็นเรื่องส่วนบุคคล ถือเป็นข้อกำหนดที่จำเป็นอย่างยิ่งโดยเฉพาะในกลุ่มของวัยรุ่น แนวทางปฏิบัติในการเก็บรักษาความลับต่อไปนี้ เป็นข้อปฏิบัติสำหรับทุกคนที่เกี่ยวข้องกับการบริการที่เป็นมิตรในโรงเรียน ตั้งแต่เจ้าหน้าที่ประจำห้องพยาบาล  สถานพยาบาลเครือข่ายของโรงเรียน แม้กระทั่งเจ้าหน้าที่เทคนิคก็ตาม

  1. สร้างความมั่นใจว่าเจ้าหน้าที่ห้องพยาบาลโรงเรียนมีความรู้ความเข้าใจที่ชัดเจนเรื่องกฎระเบียบของรัฐที่เกี่ยวข้องกับการยินยอมรับการรักษาและการรักษาความลับในเรื่องต่อไปนี้ ก) บริการคุมกำเนิด ข) การตรวจหาเชื้อโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์และการรักษา ค) การตรวจหาเชื้อเอชไอวีและการรักษา ง) การรักษาการใช้สารเสพติด และ จ) การดูแลรักษาด้านสุขภาพจิต
  2. ฝึกอบรมเจ้าหน้าที่ห้องพยาบาลโรงเรียนให้เห็นความสำคัญของการเก็บรักษาความลับวัยรุ่น ต้องแน่ใจว่าเจ้าหน้าที่ทุกคน แม้กระทั่งช่างเทคนิค เข้าใจว่าเยาวชนนั้นอ่อนไหวแค่ไหนเมื่อมีเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นจากความประมาทเลินเล่อต่อข้อมูลของพวกเขา ไม่ว่าจะเป็นเวชระเบียน ชื่อสกุล นัดหมาย ผลการตรวจ และ/หรือ เหตุผลที่เข้ารับการบำบัดรักษา
  3. ทำการจำลองสถานการณ์การรักษาความลับด้านเวชระเบียนของนักเรียน  เนื่องจากแหล่งข้อมูลอาจเกี่ยวข้องกับข้อกำหนดในการรักษาความลับด้านการบำบัดรักษา  การพิจารณาว่าระเบียบข้อบังคับใดควรนำไปใช้ในสถานการณ์ใด กับนักเรียนกลุ่มใด การรักษาความลับหรือการเปิดเผยข้อมูลในแต่ละสถานการณ์ที่มีปัญหาต้องประเมินเป็นรายกรณี  แนวปฏิบัติที่แนะนำในที่นี้คือ ทำการจำลองสถานการณ์ที่การรักษาความลับที่คาดว่าจะเป็นประเด็นปัญหา และรวบรวมประมวลกฎหมายว่าด้วยการรักษาความลับที่ใช้บังคับ และข้อกำหนดต่างๆ โดยอาศัยความช่วยเหลือจากที่ปรึกษาทางกฎหมาย เพื่อช่วยให้เจ้าหน้าที่ห้องพยาบาลโรงเรียนและสถานพยาบาลเครือข่ายได้ทำความรู้จักคุ้นเคยกับกฎหมายที่มีผลบังคับใช้แต่ละฉบับ
  4. ทำให้ผู้รับบริการเห็นถึงความสำคัญของการปกป้องรักษาความลับ เยาวชนแนะนำว่าผู้ให้การรักษาควรใช้คำพูดว่า “หมอสัญญานะ …” และพยายามหลีกเลี่ยงการใช้คำว่า “ยกเว้น” และแนะนำอีกว่าผู้ทำหน้าที่รักษาควรอธิบายขอบเขตของการรักษาความลับด้วยความห่วงใยแทนการบอกว่าเป็นเรื่องกฎหมาย เช่น “หมอหวังว่าเราจะได้คุยกันทุกเรื่องนะ ไม่ว่าเรื่องอยากฆ่าตัวตายหรือที่หนูถูกทำร้าย เพราะว่าเรื่องนี้มันร้ายแรงจริงๆ  หมออยากช่วยหนู และจะพยายามหาคนมาช่วยหนูให้ได้ด้วย”
  5. ทำงานเชื่อมต่อกับเภสัชกรในร้านขายยาที่วัยรุ่นเข้าถึง เพื่อให้เข้าใจและให้ความสำคัญกับการเคารพรักษาความลับของวัยรุ่น โดยเจ้าหน้าที่ประจำห้องพยาบาลโรงเรียนหรือสถานพยาบาลเครือข่ายของโรงเรียนต้องย้ำกับร้านขายยาถึงความจำเป็นในการรักษาความลับ
  6. เยาวชนกลุ่มเหล่านี้ต้องได้รับการปฏิบัติในเรื่องการรักษาความลับอย่างเข้มงวด ได้แก่ กลุ่มที่ติดเชื้อเอชไอวี กลุ่มที่อายุมากกว่าเกณฑ์ กลุ่มที่มีความหลากหลายทางเพศ  กลุ่มที่กำลังตั้งครรภ์และกำลังเป็นพ่อแม่
  7. การเปิดโอกาสให้เยาวชนเข้ามามีส่วนร่วมในการดำเนินงานของศูนย์บริการที่เป็นมิตร แม้จะทำให้วัยรุ่นรู้สึกสบายใจมากกว่าเมื่อได้พูดคุยเกี่ยวกับปัญหาอนามัยการเจริญพันธุ์กับเพื่อนวัยรุ่นด้วยกัน แต่ต้องชั่งน้ำหนักประโยชน์ที่ได้อย่างรอบคอบ เพราะอาจทำให้ความลับรั่วไหลได้โดยไม่ได้ตั้งใจ จึงควรพิจารณาวิธีการรูปแบบที่จะให้เยาวชนมีส่วนร่วมเพื่อการสื่อสารข้อมูลด้านอนามัยการเจริญพันธุ์ระหว่างวัยรุ่นด้วยกันเอง เช่น จัดสนทนากลุ่มย่อย ให้วัยรุ่นเป็นเจ้าหน้าที่ชุมชนสัมพันธ์ เป็นสมาชิกคณะกรรมการที่ปรึกษา หรือเป็นโฆษกประชาสัมพันธ์กับสื่อ เป็นต้น
print

Leave a Reply