ยังจำความรู้สึกสมัยเป็นวัยรุ่นได้ไหม จำช่วงเวลาที่แสนเหนื่อยยากโดยเฉพาะกับผู้หญิง เมื่อต้องเจอกับคำซุบซิบนินทา การถูกรังแก การเฝ้าสงสัยตัวเองตลอดเวลา สำหรับเด็กผู้หญิงหลายคน กว่าจะพบทางของตัวเองได้ ต้องเผชิญกับมรสุมสารพัดอย่างที่กระหน่ำเข้ามา

แล้วถ้าเราสามารถบอกกับตัวเองสมัยที่ยังเป็นเด็กได้ล่ะ เราอยากจะให้คำแนะนำตัวเองเรื่องอะไร อยากให้กำลังใจตัวเองอย่างไรบ้างเพื่อช่วยให้หนทางสู่การเป็นผู้ใหญ่ง่ายขึ้น

อันเนื่องจากผลสำรวจพบว่าผู้หญิง 6 ใน 10 คน ต้องหยุดความสัมพันธ์ หรือออกจากงานกลางคัน เพราะเชื่อว่าตัวเองนั้นไม่ดีพอ ไม่เก่งพอ ที่แย่กว่านั้น 1 ใน 3 ของวัยรุ่นไม่สนใจห้องเรียนเพราะรู้สึกว่ารูปรางหน้าตาของตัวเองไม่เป็นที่ ดึงดูดใจ และจากการศึกษาพบว่าทัศนคติในด้านลบต่อตัวเองนี้กำลังส่งต่อกันไป เหมือนการล้มของโดมิโน

YouTube จึงได้ทำแคมเปญทั่วโลก เนื่องในวันสตรีสากล เชิญชวนให้ผู้หญิงถ่ายคลิปวิดิโอสั้นๆ ด้วยไฟล์นามสกุล GIF บอกความรู้สึกประสบการณ์ถึงตัวเองที่เป็นน้องสาวหรือน้องชาย เพื่อให้กำลังใจและพร้อมเผชิญกับอุปสรรคในวันข้างหน้า จากนั้นโพสต์ขึ้นเวบไซต์ และแชร์ไปยังคนใกล้ตัวพร้อมทั้งติดแฮชแท็ก #‎DearMe‬ เช่น “#DearMe: Don’t Be Afraid Of Being Different” (ฉันที่รัก : จงอย่ากลัวที่จะไม่เหมือนใคร)

dearme

ในสหรัฐอเมริกา มีการศึกษาพบว่า การกลั่นแกล้งรังแกกันของเด็ก ส่งผลต่อความคิดอยากฆ่าตัวตาย หรือการฆ่าตัวตายทางอ้อม เพราะการถูกรังแกซ้ำบ่อยๆ ทำให้คนที่ตกเป็นเหยื่อซึมเศร้า รู้สึกถูกกดดัน ขาดความมั่นใจในตนเอง  โดยข้อมูลจากเวบไซต์ dosomething.org  พบว่า

  1. แต่ละปี มีนักเรียนกว่า 3.2 ล้านคน ตกเป็นเหยื่อการข่มเหงรังแก
  2. วัยรุ่นราว 160,000 คน ต้องขาดเรียนทุกวันเพราะการข่มเหงรังแก
  3. มีรายงานเกี่ยวกับการถูกรังแกของนักเรียนอเมริกันประมาณ 17% ทุก 2 -3 เดือน หรือมากกว่านั้นในแต่ละเทอม
  4. ครู 1 ใน 4 คน ไม่สังเกตเห็นความผิดปกติเกี่ยวกับการข่มเหงรังแก และมีเพียง 4% ที่เข้ามาห้ามปรามเมื่อเกิดเรื่องแต่ละครั้ง
  5. 30% ของเด็กผู้ชาย และ 40% ของเด็กผู้หญิงที่อายุต่ำกว่า 14 ปี คุยกับเพื่อนถึงเรื่องการข่มเหงรังแก
  6. นักเรียนมากกว่า 67% เชื่อว่าโรงเรียนจัดการกับปัญหาการข่มเหงรังแกของเด็กได้แย่มาก และจำนวนนักเรียนที่เห็นว่าผู้ใหญ่ช่วยอะไรในเรื่องนี้ไม่ได้มีสูงมาก
  7. นักเรียนถึง 71% บอกว่าการข่มเหงรังแกคือปัญหาที่พบในโรงเรียน
  8. 90% ของนักเรียนในชั้นประถมศึกษาตอนปลายจนถึงมัธยมศึกษาตอนต้นบอกว่าตัวเองเป็นเหยื่อของการข่มเหงรังแก
  9. 1 ใน 10 ของนักเรียนที่หยุดเรียนกลางคันเป็นเพราะถูกข่มเหงรังแกซ้ำ
  10. เด็กผู้ชายมีแนวโน้มจะเห็นใจเหยื่อที่ถูกรังแกน้อยมาก และมีแนวโน้มก่อปัญหาเพิ่มขึ้นมากกว่าจะแก้ไขปัญหา
  11. การรังแกทำร้ายทางร่างกายเพิ่มจำนวนขึ้นในระดับชั้นประถมศึกษาตอนต้น และมีมากสุดในระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนต้นและตอนปลาย ส่วนการรังแกด้วยวาจากลับมีแนวโน้มคงที่
หากคุณอยากบอกตัวเองที่อายุน้อยกว่า ถึงวันข้างหน้า #DearMe อัพโหลดวิดิโอของตัวเองที่นี่ http://youtube.tumblr.com/
print

Leave a Reply