ในไอร์แลนด์ ประเด็นการใช้สื่อสังคมออนไลน์ของเด็กเป็นหัวข้อข่าวในหลายสัปดาห์ที่ผ่านมา หลังมีข่าวจำคุกชายชาวดับลินที่ล่อลวงเด็กสาวผ่านทางออนไลน์ 

นักการเมืองรับฟังมุมมองของวัยรุ่นในเรื่องอย่างการกลั่นแกล้งออนไลน์ การส่งต่อข้อความหรือภาพที่มีนัยทางเพศ และการใช้สื่อสังคมออนไลน์ เมื่อหนุ่มสาวแปดคนจากวิทยาลัยนิวบริดจ์และกลุ่มสภาเยาวชนค็อยเลร์ นา โนค  มาปรากฏตัวต่อหน้าคณะกรรมาธิการสภาเอียริชตัสของไอร์แลนด์

พวกเขามาถึงท่ามกลางการอภิปรายอย่างต่อเนื่องว่าควรกำหนดขีดอายุต่ำสุดทางดิจิทัลที่ยินยอมให้มีกิจกรรมทางเพศ ที่อายุ 13 แทนที่จะเป็น 16 อย่างที่เป็นในประเทศยุโรปบางประเทศ

เมื่อพูดคุยกับคณะกรรมาธิการสภาผู้แทนและวุฒิสภาไอร์แลนด์ว่าด้วยกรรมาธิการด้านกิจการเด็กและเยาวชน นักเรียนจากวิทยาลัยนิวบริดจ์แห่งคิลแดร์ กล่าวว่าครอบครัวมักไม่กล้าพูดถึงเรื่องการส่งต่อข้อความหรือภาพที่มีนัยทางเพศ

“วัยรุ่นจำนวนมากที่เข้าร่วมกิจกรรมเหล่านี้ไม่ได้รับรู้ทั้งอันตรายและเงื่อนไขทางกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการแบ่งปันรูปภาพแบบส่วนตัว” คือคำกล่าวเปิดการนำเสนอ

การส่งภาพไปยังคนที่เราเชื่อใจอาจดูไม่มีพิษภัย แต่สามารถจบลงด้วย “ผลหายนะ” ได้ ถ้าภาพนั้นตกไปอยู่ในมือผิดคน นี่คือสิ่งที่นำเสนอให้คณะกรรมาธิการรับทราบ

นักเรียนสี่คนให้รายละเอียดการค้นคว้าของพวกเขา โดยระบุว่าภายใต้กฎหมายลิขสิทธิและคุ้มครองข้อมูล บุคคลมีสิทธิทางกฎหมายในการให้นำภาพเหล่านี้ลงจากอินเทอร์เน็ต และถ้านำเรื่องไปที่โรงเรียนหรือตำรวจไอร์แลนด์ ภาพที่รั่วไหลก็สามารถจัดการได้

“ควรเน้นให้วัยรุ่นรู้เรื่องนี้เพื่อจะได้ตระหนักและคิดถึงผลร้ายและผลทางจิตวิทยาของการส่งต่อข้อความหรือภาพที่มีนัยทางเพศ

เซเรนา เดเวอโรซ์ ตัวแทนจากโรงเรียน ตอบคำถามของอลัน ฟาร์เรลล์จากพรรคฟินนูเกล์ ว่าตนไม่เชื่อว่าการห้ามวัยรุ่นไม่ให้ใช้สมาร์ทโฟนจะแก้ปัญหาได้มากนัก

เธอพูดถึงโครงการแลกเปลี่ยนนักเรียนฝรั่งเศสที่ไปมาเมื่อปีที่แล้ว เดเวอโรซ์ กล่าวว่าเด็กวัย 12 ถึง 14 ปีในโรงเรียนที่เธอไปเรียนในฝรั่งเศสถูกห้ามไม่ให้มีโทรศัพท์

“ปัญหาคือ ทันทีที่กลับถึงบ้าน พวกเราก็จะอยากได้ในสิ่งที่เราไม่ได้เป็นอย่างมาก การห้ามไม่ได้ช่วยให้สถานการณ์แตกต่างออกไป เพราะทันทีที่เอื้อมถึงโทรศัพท์ได้ ก็แทบจะเหมือนยาเสพติด เพราะเราขาดเจ้าสิ่งนี้ไปนานมาก และเราได้ยินเรื่องนี้ในวิทยุเยอะมาก เราถูกดึงดูดเข้าหาความคิดของสิ่งนี้

นักเรียนผู้เป็นตัวแทนบอกว่า พ่อแม่ที่ไม่มีข้อมูล ก็อาจโทษแพล็ตฟอร์มมากกว่าปัญหาจากวิธีการใช้โทรศัพท์ของลูก ๆ การพูดคุยเรื่องข้อมูลในตอนเย็นซึ่งดำเนินการด้วยความช่วยเหลือจากนักเรียน สามารถช่วยให้เข้าถึงปัญหานี้ได้ นี่คือสิ่งที่เธอแนะนำ

นักเรียนจากนิวบริดจ์กล่าวว่าพวกเขาได้ดำเนินการจัดประชุมเชิงปฏิบัติการกับนักเรียนปีหนึ่งและปีสองที่โรงเรียนในสัปดาห์นี้เนื่องในโอกาสวันอินเตอร์เน็ทปลอดภัยขึ้น โดยมีประเด็นอย่างเช่น การส่งต่อข้อความหรือภาพที่มีนัยทางเพศและความสำคัญของการไม่พูดคุยกับคนแปลกหน้าออนไลน์

พวกเขาพูดกับนักเรียนที่อายุน้อยกว่าเป็นกลุ่มถึงเรื่องผลของการส่งภาพเปลือย เดเวอโรซ์บอก พวกนักเรียนที่อายุน้อยกว่าดูจะตกใจกับสิ่งที่ได้รู้อย่างมาก

“ไม่มีคนไหนรู้เรื่องกฎหมายเลย” เธอว่า

“ถ้าคนหนุ่มสาวยังตกใจ เราก็คงนึกภาพออกว่าพ่อแม่จะเป็นอย่างไร

นักเรียนจากแคลร์ ค็อยเลร์ นา โนค  ซึ่งมาจาก วิคโลร์ และโค แคลร์ บอกคณะกรรมาธิการว่าความเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยี โดยเฉพาะการมาถึงของบรอดแบนด์และสมาร์ตโฟนที่ถูกลงและมีแพ็กเกจข้อมูลพ่วงมาให้ หมายความว่าในช่วงสองสามปีที่ผ่านมามีการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ในพื้นที่ออนไลน์แล้ว

อลัน ฟาร์เรลล์ ซึ่งเป็นประธานกรรมาธิการ กล่าวในภายหลังว่า ถ้าหากไม่รับฟังมุมมองของเยาวชนในเรื่องเหล่านี้ น่าจะถือได้ว่าเราไม่ปฏิบัติตามหน้าที่ของนักการเมือง

“คนรุ่นใหม่ของเราคุ้นเคยกับวิธีใช้สื่อสังคมออนไลน์ต่างๆ มากกว่า จะทำอย่างไรเพื่อซ่อนการใช้งานดังกล่าวจากพ่อแม่ผู้ปกครองได้บ้าง และบางครั้ง พวกเขาก็ตระหนักถึงแง่มุมที่พบได้บ่อยที่สุดของการกลั่นแกล้งออนไลน์

“ผมเห็นจากการที่คณะกรรมาธิการพูดคุยกับวัยรุ่นเหล่านี้ ว่าพวกเขามีความรู้กว้างขวางเกี่ยวกับความเสี่ยงของสื่อสังคมออนไลน์มาก และยังกังวลว่าวัยรุ่นด้วยกันจะไม่เข้าใจครบถ้วนถึงอันตรายจากการส่งต่อข้อความหรือภาพที่มีนัยทางเพศ การเปิดเผยเรื่องราวส่วนตัวมากเกินไปในสื่อสังคมออนไลน์ และการแกล้งเข้าไปตีสนิทกับเยาวชนทางออนไลน์เพื่อล่อลวงให้ไปมีความสัมพันธ์ทางเพศ ในขณะที่สื่อสังคมออนไลน์มีประโยชน์มากมาย ก็ชัดเจนด้วยว่ามีความท้าทายสำคัญมากมายต่อวัยรุ่นและผู้ใหญ่”

“วัยรุ่นคนหนึ่งที่มาปรากฏตัวต่อหน้าคณะกรรมาธิการเน้นว่าเด็กร้อยละ 25 เคยพบเนื้อหาอันตรายออนไลน์ และร้อยละ 11 เคยเห็นหรือได้รับเนื้อหาทางเพศ พวกเขายังนำเสนอข้อเท็จจริงที่ว่ามีผู้ปกครองน้อยกว่าหนึ่งในห้าคนที่ดูแลกิจกรรมออนไลน์ของลูก

“คณะกรรมาธิการได้ฟังความกังวลของเยาวชนคนหนึ่งที่กล่าวว่าเพราะการขาดการศึกษาสำหรับคนหนุ่มสาว ปัญหาการส่งต่อข้อความหรือภาพที่มีนัยทางเพศ จึงเกินจะควบคุมได้ และในหมู่คนหนุ่มสาวยังขาดการตระหนักถึงกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับเรื่องนี้อีกด้วย

 

เรียบเรียงจาก http://www.thejournal.ie/cyber-security-students-oireachtas-3838849-Feb2018/

print