ในการจัดทำนโยบายเยาวชน เราจำเป็นต้องเข้าใจความหมายและการสร้างตัวชี้วัดที่เกี่ยวข้องกับนโยบายและการพัฒนาเยาวชนอย่างแท้จริง

European Youth Forum ซึ่งเป็นเวทีกลางขององค์กรนานาชาติภาคเอกชนที่ทำงานเยาวชนและสภาเยาวชนยุโรป รวม 91 องค์กร จึงร่วมกันจัดทำตัวชี้วัดแห่งชาติ เพื่อให้เจ้าหน้าที่ภาครัฐและหน่วยงานองค์กรพัฒนาเอกชนที่มีภารกิจเกี่ยวข้องกับเยาวชนได้ใช้เป็นเครื่องมือในการทำงานส่งเสริมการพัฒนาเยาวชน

ตัวชี้วัดทั้ง 11 ตัวนี้ถูกออกแบบบนฐานคิดว่า “เยาวชนคือทรัพยากรไม่ใช่ปัญหาที่ต้องได้รับการแก้ไข” 

ทำไมจึงเป็นเช่นนั้น เพราะถ้าคนทำงานมองว่าเยาวชนเป็นปัญหาที่ต้องแก้ไข วิธีการเข้าถึงก็จะทำแบบแก้ปัญหาระยะสั้น หรือเฉพาะหน้า เพื่อ “ดับไฟที่กำลังคุ” ดังนั้น การทำงานก็จะมองเป็นจุดๆ ตรงที่มีปัญหาเกิดขึ้น แต่ถ้าเรามีมุมมองว่า เยาวชนคือทรัพยากร เราก็จะมีการทำงานแบบแก้ปัญหาระยะยาว มีการระบุความจำเป็นที่ต้องแก้ปัญหา และพัฒนานโยบายต่างๆ โดยมุ่งให้เยาวชนตระหนักถึงศักยภาพของตนเองในฐานะตนเป็นพลเมืองของประเทศ และสังคมเห็นถึงประโยชน์สูงสุดที่ได้รับจากทุนทางปัญญาจากคนกลุ่มนี้

ในยุโรป องค์กร หน่วยงานด้านเยาวชน และสภาเยาวชนต่างเข้ามามีส่วนในการตัดสินใจเรื่องต่างๆ ที่ดำเนินงานโดยรัฐมากว่า 30 ปีแล้ว โดยมีหลักการที่เรียกกันว่า “การจัดการร่วมกัน” องค์กรเยาวชนทุกระดับจะเข้ามามีส่วนในกระบวนการปรึกษาหารือ เพื่อร่วมจัดทำเอกสารที่เรียกว่า สมุดปกขาวว่าด้วยนโยบายเยาวชน ซึ่งรับผิดชอบโดยสหภาพยุโรป  นอกจากนั้น องค์กรเยาวชนเหล่านี้ยังมีบทบาทสำคัญในการกระตุ้นให้เยาวชนทุกกลุ่มในสังคมได้แสดงความเห็น ได้แสดงออกทางการเมือง เพราะถือว่าการมีส่วนร่วมจากเยาวชนคือหัวใจสำคัญของการดำเนินนโยบายเยาวชน

นอกจากใช้เป็นตัวชี้วัดการทำงานแล้ว เครื่องมือนี้ยังสามารถใช้ประเมินผลนโยบายเยาวชนที่มีอยู่ในปัจจุบันได้ด้วย

11 ตัวชี้วัด ในการจัดทำนโยบายเยาวชน
รัฐต้องคำนึงถึงการส่งเสริมและสนับสนุนกิจกรรมเยาวชนที่เกิดขึ้นนอกหลักสูตรในโรงเรียน นอกระบบมหาวิทยาลัยในทุกรูปแบบ โดยถือเป็นภารกิจสำคัญที่ต้องสนับสนุนให้มีการพัฒนากิจกรรมต่างๆ ที่เยาวชนเป็นผู้ริเริ่ม เป็นผู้ตัดสินใจ และมีบทบาทเป็นผู้เล่นที่สำคัญที่สุด
รัฐต้องสนับสนุนให้มีนักฝึกอบรมที่ดีในหน่วยงานที่ทำงานด้านเยาวชน เพื่อให้นักฝึกอบรมเหล่านี้สามารถไปขยายการสร้างความตระหนักในประเด็นที่หลากหลาย ทั้งยังเป็นผู้ช่วยที่ดีในการพัฒนาโครงสร้างองค์กรที่ไม่ใช่ภาครัฐซึ่งทำงานในประเด็นที่เกี่ยวข้องกับเยาวชน นโยบายฝึกอบรมเป็นสิ่งที่ควรมีการเตรียมการณ์ไว้ก่อนในโครงสร้างหน่วยงานที่ไม่ใช่ภาครัฐ
กฎหมายเยาวชนเป็นสิ่งจำเป็นสำหรับการตอบสนองต่อนโยบายเยาวชนเชิงรุกในหลายมิติ แต่ควรให้เยาวชนและหน่วยงานที่ทำงานกับเยาวชนเข้ามามีส่วนร่วมในการตัดสินใจ เพื่อให้การทำงานมีประสิทธิภาพ คนที่เกี่ยวข้องกับกรอบการดำเนินงานด้านกฎหมายก็ควรเป็นคนที่ทำงานในประเด็นที่เกี่ยวข้องกับเยาวชน
เพื่อให้สอดคล้องกับการสร้างกิจกรรมที่เกิดจากองค์กร หน่วยงานที่อยู่นอกระบบการศึกษาตามตัวชี้วัดที่ 1 รัฐต้องจัดสรรงบประมาณให้กับองค์กร กิจกรรมที่เริ่มโดยเยาวชนเพื่อให้เกิดความยั่งยืน  นอกจากการจัดสรรงบประมาณให้ตามกิจกรรม โครงการต่างๆ แล้ว  รัฐควรมีการจัดสรรงบประมาณด้านค่าใช้จ่ายการดำเนินงาน เพื่อให้หน่วยงานเหล่านี้ทำงานได้อย่างต่อเนื่อง ไม่ขาดตอน
ต้องมีการจัดทำแผนการเผยแพร่ข้อมูลข่าวสารเยาวชน เพื่อให้เกิดความโปร่งใสในการดำเนินนโยบายเยาวชนของรัฐ โดยข้อมูลข่าวสารเหล่านั้นต้องแจ้งให้เยาวชนรับรู้ถึงโอกาสหลากหลายที่มีอยู่สำหรับพวกเขา ซึ่งสามารถสื่อสารผ่านได้ด้วยสื่อหลากหลาย เช่น การตีพิมพ์เป็นจดหมายข่าวเพื่อเยาวชน หรือใช้ช่องทางการสื่อสารที่เปิดให้มีการสื่อสารจากผู้มีส่วนได้ส่วนเสียทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้องกับนโยบายเยาวชน
นโยบายเยาวชนแห่งชาติ ควรเป็นนโยบายที่มีการบูรณาการเข้าสู่ทุกระดับของการทำงานในภาครัฐ ไม่หยุดอยู่แค่แผนชาติ เพราะนโยบายเยาวชนจะเกิดขึ้นได้จริง ต้องถูกดำเนินงานมาตั้งแต่พื้นที่ในชุมชน และจากการมีส่วนเกี่ยวข้องขององค์กรระดับชุมชนในท้องถิ่น
นโยบายเยาวชนต้องวางอยู่บนฐานงานวิจัยที่ว่าด้วยเยาวชน ไม่ควรใช้การคาดเดา ประมาณการ แต่ใช้ข้อมูล ข้อเท็จจริง เพื่อช่วยให้รัฐสามารถตัดสินได้ว่าจะมุ่งให้ความสนใจนโยบายเรื่องใดบ้าง โดยงานวิจัยเยาวชนที่ใช้ในการดำเนินนโยบายควรเป็นเรื่องเกี่ยวข้องกับการอยู่ดีกินดีและสถานการณ์ต่างๆ ของเยาวชน และในงานวิจัยควรระบุชัดเจนว่าเรื่องใดควรทำ ไม่ควรทำ บทบาทของหน่วยที่ทำงานเยาวชนจะเข้ามาเกี่ยวข้องอย่างไรเพื่อส่งเสริมการทำงานนโยบายเยาวชน
เสาหลักสำคัญของนโยบายเยาวชนย่อมอยู่ที่ตัวเยาวชนในสังคม ดังนั้น นโยบายเยาวชนจึงต้องเน้นให้เห็นว่าเยาวชนกลุ่มต่างๆ จะเข้ามามีส่วนร่วมเพื่อตัดสินใจในเรื่องที่ส่งผลต่อชีวิตตนเองได้อย่างไรบ้าง แล้วเมื่อตัดสินใจแล้ว นโยบายเยาวชนจะมีกระบวนการอย่างไรที่จะเอื้อให้กลุ่มคนที่เกี่ยวข้องเข้ามาร่วมกิจกรรมที่ดำเนินในสังคม
นโยบายเยาวชนที่มีพลังและครอบคลุมจำต้องชี้ให้เห็นประเด็นต่างๆ ที่ตอบสนองความต้องการของเยาวชนทุกกลุ่มในสังคมได้ ดังนั้น จึงต้องมีการทำงานร่วมกันระดับกระทรวง เพื่อให้ครอบคลุมทุกด้านทั้งกีฬา วัฒนธรรม สุขภาพ การศึกษา แรงงาน การขนส่ง การเกษตร อุตสาหกรรม ฯลฯ  กระบวนการจัดตั้งคณะกรรมาธิการที่มาจากทุกกระทรวงเพื่อให้ทำงานร่วมกัน บูรณาการงานเข้าด้วยกัน และติดตามประเมินผลร่วมกันจึงเป็นวิธีที่ควรนำมาพิจารณา
นโยบายเยาวชนควรส่งเสริมนวตกรรมที่เกิดจากการคิดสร้างสรรค์ว่าจะแก้ปัญหาที่ท้าทายอย่างไร และกระตุ้นให้เยาวชนเป็นผู้คิดสร้างสร้างสรรค์และค้นคว้าแนวทางใหม่ๆ
เพื่อให้มั่นใจว่ารัฐและกลุ่ม องค์กรเยาวชนได้มีการทำงานแบบหารือร่วมกันอย่างแท้จริง จึงควรมีการจัดโครงสร้างการทำงานในรูปของคณะทำงานหารือเพื่อให้คำปรึกษาและให้อาณัติแก่รัฐในการดำเนินงานใดๆ ที่เกี่ยวข้องกับเยาวชน และโครงสร้างคณะทำงานหารือนี้ไม่ควรมีเฉพาะในระดับประเทศเท่านั้น แต่ควรมีการจัดตั้งในทุกระดับของการทำงานของภาครัฐ

เรียบเรียงจาก 11 Indicators of A (National) Youth Policy

print