ในแต่ละห้องเรียนจะมีนักเรียนสามคนที่จะมีปัญหาสุขภาพจิตเมื่ออายุ 16 นี่คือสารจากสมาคมสุขภาพจิตแห่งสก็อตแลนด์ เมื่อเปิดตัวแคมเปญใหม่ Going to be ที่มุ่งให้ความสำคัญกับวัยรุ่นและเยาวชนตัวเลขสถิติที่ได้แสดงให้เห็นว่าปีที่ผ่านมาในสก็อตแลนด์มีเยาวชนและวัยรุ่นเกือบ 7,000 คน ไม่ได้รับความช่วยเหลือเรื่องปัญหาสุขภาพจิตตามที่ต้องการ  จึงได้จัดทำแคมเปญ Going to be  ขึ้นในช่วงสัปดาห์รณรงค์สุขภาพจิตเพื่อให้ทุกคนตระหนักถึงขอบเขตและความเร่งด่วนของปัญหาอย่างเต็มที่อีกด้วย  ผลการวิจัยเมื่อเร็ว ๆ นี้ของสภาเยาวชนแห่งสก็อตแลนด์ เปิดเผยว่า มีเยาวชนและวัยรุ่นเพียงแค่หนึ่งในสี่เท่านั้นที่รู้ว่าจะต้องไปขอความช่วยเหลือจากที่ไหนหากมีปัญหาด้านสุขภาพจิต

ในช่วงสัปดาห์แรก ๆ ของการเปิดตัว ‘Going To Be’ จะมุ่งความสนใจไปยังวัยรุ่นและเยาวชน 19 คนที่ถูกปฏิเสธไม่ได้รับความช่วยเหลือในแต่ละวัน

บิลลี วัตสัน ประธานบริหารของสมาคมสุขภาพจิตแห่งสก็อตแลนด์กล่าวว่า “ปัญหาสุขภาพจิตครึ่งหนึ่งในวัยผู้ใหญ่เริ่มต้นก่อนอายุ 14 ดังนั้นการลงทุนกับการแก้ไขปัญหาของเยาวชนและวัยรุ่นตอนนี้ รวมถึงการศึกษาเรื่องสุขภาพจิตที่กว้างขึ้นถือเป็นสิ่งสำคัญ เราทราบดีว่าสุขภาพจิตที่ไม่ดีส่งผลกระทบขนาดหนักต่อความสัมพันธ์ งานการ การศีกษา สุขภาวะ ความหวังและคุณภาพชีวิต ทั้งนี้ไม่ควรนิยามปัญหาสุขภาพจิตเพียงแค่การตรวจวิเคราะห์ แต่ว่าบ่อยครั้งที่การเข้าช่วยเหลือจะเกิดขึ้นได้ก็เพราะการตรวจวิเคราะห์ จุดนี้ควรจะต้องเปลี่ยนแปลง ต้องจัดลำดับความสำคัญให้การปรับปรุงความสามารถในการเคารพตนเอง ความสามารถในการปรับตัวและสุขภาวะของวัยรุ่นและเยาวชน ให้อยู่ในอันดับแรก ทางสมาคมสุขภาพจิตแห่งสก็อตแลนด์เองก็ต้องการเห็นความเปลี่ยนแปลง  เราหวังว่าทุกคนในสก็อตแลนด์จะร่วมกันสนับสนุน ‘Going To Be’ แคมเปญใหม่ของเรา และเข้าร่วมกระบวนการเพื่อให้วัยรุ่นและเยาวชนมีโอกาสในการได้รับความช่วยเหลือที่จำเป็นและในเวลาที่พวกเขาต้องการความช่วยเหลือดังกล่าว”

เคทลิน-เจย์ ไวลีย์-ควินน์ นักศึกษาวัย 20 บอกว่า “ฉันมีปัญหาสุขภาพจิตเป็นครั้งแรกช่วงเรียนไฮสคูลปีหนึ่ง แต่ไม่ได้รับความช่วยเหลือแบบมืออาชีพอย่างที่ต้องการจริง ๆ ฉันพึ่งตนเองล้วน ๆในการพยายามทำให้ตัวเองรู้สึกดีขึ้น ถ้าได้รับความช่วยเหลือก่อนหน้านี้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งตอนที่ยังเรียนอยู่ คิดว่าปัญหาสุขภาพจิตของฉันคงไม่หนักหนาสาหัสเท่านี้แน่”

พร้อมกับการจัดทำแคมเปญ มูลนิธิสุขภาพจิตของอังกฤษ ก็ได้ให้คำแนะนำในการดูแลสุขภาพจิตตัวเองไว้ 10 ข้อ ดังนี้

  1. ระบายความรู้สึกออกมาเมื่อรู้สึกมีปัญหาหรือคับข้องใจ การพูดคุยบอกความรู้สึกของตัวเองให้คนอื่นรู้ไม่ได้แปลว่าเราเป็นคนอ่อนแอ แต่นี่คือกระบวนการส่วนหนึ่งของการดูแลจิตใจตนเอง และคนที่สามารถพูดคุยระบายความรู้สึกออกมาได้ แสดงว่าเป็นคนมีสุขภาพดี
  2. ออกกำลังกายให้ร่างกายรู้สึกกระฉับกระเฉง เพราะการออกกำลังกายจะช่วยให้เรารู้สึกถึงคุณค่าของตัวเอง แถมยังหลับสบาย มีสมาธิในการทำงาน การออกกำลังกายมีหลายรูปแบบ ไปเดินเล่น ทำงานบ้าน ปลูกต้นไม้ หรือทำกิจกรรมอะไรก็ได้ที่ทำให้ตัวเองต้องออกแรงในระยะเวลาสั้นๆ ก็ถือว่าเป็นการออกกำลังกายที่ช่วยส่งผลดีต่อสุขภาพจิตแล้ว
  3. กินอาหารที่มีประโยชน์ เพราะสมองของเราเป็นอวัยวะที่ต้องใช้สารอาหารหลายอย่างเพื่อสร้างสมดุลย์ให้กับร่างกายและจิตใจ จึงต้องการอาหารที่ครบ 5 หมู่ และควรจำกัดการกินน้ำตาล กาแฟ ให้อยู่ในปริมาณที่ลดลง
  4. ดื่มอย่างมีสติ ทุกคนรู้ดีว่า แอลกอฮอล์ไม่ได้ช่วยแก้ปัญหาเวลาที่เรารู้สึกกลุ้มใจ เหงา หรือหดหู่ แต่แค่ช่่วยให้เราลืมชั่วคราวระหว่างที่ดื่ม สิ่งที่ตามมาคือ อาการที่หนักกว่าเดิมหลังจากสร่างเมา ดังนั้น หากจะดื่ม ควรเตือนตัวเองว่าไม่ใช่ดื่มเพื่อลืมปัญหา
  5. หมั่นติตต่อเพื่อนฝูง และครอบครัว ไม่ปล่อยให้ตัวเองอยู่ตามลำพังนานๆ มีหลายวิธีในการถามและเล่าเรื่องราวชีวิตของตัวเองให้คนรอบข้างที่ยินดีรับฟังโดยไม่จำเป็นต้องพบปะหน้าตากัน
  6. ขอความช่วยเหลือ หากทุกอย่างไม่เป็นไปตามที่เราหวังไว้ และเราหมดแรงที่จะรับมือแล้ว ก็ควรร้องขอความช่วยเหลือจากคนใกล้ชิด และหากเรารู้สึกเครียดอย่างมาก ควรขอคำแนะนำในการดูแลจิตใจตัวเองและมองว่านี่เป็นเรื่องที่ต้องให้ความสำคัญลำดับแรกๆ
  7. หยุดเพื่อพักผ่อนบ้าง ให้เวลาตัวเองไปเที่ยว ทำอะไรที่ไม่ต้องเร่งรีบในช่วงหยุดพักกลางวัน ไปเดินสำรวจหาที่ใหม่ๆ  ที่สำคัญ ควรฟังเสียงร่างกายและหัวใจตนเองว่าต้องการอะไร หากร่างกายเหนื่อย จิตใจล้า ก็ควรหยุดพักตามเสียงในตัวเราที่เรียกร้อง
  8. ทำในสิ่งที่ตัวเองชอบและคิดว่าตัวเองทำได้ดี ถ้าชอบทำสวนก็ให้เวลาตัวเองกับการทำสวน ถ้าชอบทำงานศิลปะ ก็ฝึกฝนตนเองให้เก่งด้านนี้มากขึ้น การทำในสิ่งที่ตัวเองชอบและทำเป็นงานอดิเรก เป็นการผ่อนคลายจิตใจให้หันเหออกจากสิ่งที่รบกวนใจเรา และปล่อยให้ใจได้พัก
  9. ยอมรับความจริงในสิ่งที่เราเป็น เราไม่ได้เก่งทุกเรื่อง ยอมรับว่าตัวเองก็มีจุดอ่อนและทำอะไรหลายอย่างไม่ได้ดีเหมือนคนอื่น ลดความคาดหวังในสิ่งที่ตัวเองทำไม่ได้ลง และมุ่งให้ความสำคัญกับสิ่งที่ตัวเองทำได้ดีแทน
  10. ใส่ใจและห่วงใยคนอื่นบ้าง การแสดงออกว่าเราแคร์และห่วงใยคนอื่นเป็นวิธีการหนึ่งในการรักษาสัมพันธภาพกับผู้อื่น การเป็นอาสาสมัครช่วยงานที่เราสนใจก็จะทำให้เรารู้สึกว่าตัวเองมีคุณค่าและได้ใช้เวลาไปกับสิ่งที่มีประโยชน์

ข้อมูลประกอบการเขียน
1. New Scottish mental health awareness campaign ‘Going to be’ focuses on young people

2. https://www.mentalhealth.org.uk/sites/default/files/surviving-or-thriving-state-uk-mental-health.pdf

print

Leave a Reply