อมิเลีย ไวนีย์ ผู้ก่อตั้งและผู้อำนวยการของสถาบัน Advocacy Academy ตั้งเป้าหมายอยากช่วยเสริมสร้างเยาวชนให้มีพลังเพื่อการเปลี่ยนแปลงโลก

สถาบันแห่งนี้ตั้งขึ้นเพื่อช่วยให้เยาวชนมีเครื่องมือ ทักษะและความเชื่อมั่นในการรับมือกับเรื่องราวที่เป็นปัญหายุ่งยากซับซ้อน

ประเด็นต่าง ๆ ที่เลือกมาเพื่อการจัดการล้วนแล้วแต่เป็นประเด็นปัญหาใหญ่ อย่างเช่น ความรุนแรงในครอบครัว การคุกคามทางเพศ การเหยียดเชื้อชาติ ภาพลักษณ์ การกลั่นแกล้งรังแก การไร้ที่อยู่อาศัย และการเจ็บป่วยทางจิต โดยใช้การเรียนรู้แบบเชื่อมโยงหัวข้อต่างๆ เข้าด้วยกัน

ไวนีย์บอกว่า “ความไม่เท่าเทียมและความอยุติธรรมไม่ใช่สิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ เยาวชนสามารถเป็นตัวแทนที่ดีที่สุดเพราะพวกเขาจริงจังกับปัญหาต่าง ๆ ในโลกและต้องการลงมือทำอะไรบางอย่างกับปัญหาเหล่านี้”

ช่วงปลายกุมภาพันธ์ ผมเข้าร่วมพิธีจบการศึกษาจากสถาบัน ได้นั่งในหมู่เพื่อนฝูงและญาติมิตร ทุกคนคุยกันอย่างตื่นเต้นขณะเดินไปนั่งที่ของตนหน้าเวทีซึ่งสว่างไสวด้วยแสงไฟประดับตกแต่ง เมื่อเริ่มพิธี ทุกคนชมคีนันแสดงการร่ายบทกลอน โดยผู้สำเร็จการศึกษาคนอื่น ๆ ทำหน้าที่คณะนักร้องแบบกรีกโบราณ “เมื่อคนเห็น/หนุ่มลูกครึ่ง/ตาหรี่ข้างหนึ่ง/คงคิดอย่างมั่นใจ หมอนี่ต้องไป/ทำเลวแน่นอน”

ดาร์เรน คีนัน รับรู้เรื่องอคติเป็นครั้งแรกตอนอายุหกขวบ เขาอาศัยอยู่กับแม่และคู่รักของแม่ซึ่งเสพยาทั้งคู่ ดาร์เรนมักจะออกมาอยู่ที่ถนนคนเดียวตามลำพังจนกระทั่งหลังเที่ยงคืน “ผมใช้ชีวิตส่วนใหญ่ในศูนย์ชุมชนท้องถิ่น” เขาเล่า

“มีแก๊งอยู่ที่นั่น แต่ผมไม่รู้ว่าพวกนั้นเป็นคนในแก๊ง บางครั้งพวกเขาก็ให้เงินผมไปซื้อไก่กับมันฝรั่งทอด” มีครั้งหนึ่งตอนอยู่ในร้าน คีนันเผชิญหน้ากับกลุ่มคนผิวขาวในวัยยี่สิบที่ล้อเลียนเขาและเรียกเขาว่า ‘ไอ้สวะผิวขาวสารเลว’ “พวกนั้นไม่รู้ว่าผมอยู่ในสภาพแบบไหน” คีนันบอก เจ้าตัวมีหุ่นแบบนักเล่นรักบี้แต่พูดจากด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล “ผมหงุดหงิดที่พวกนั้นแปะป้ายให้ผมว่าต้องเป็นแบบนี้”

ถ้าจะบอกว่าคีนันที่ตอนนี้อายุ 20 ปี เคยต้องเผชิญกับช่วงเวลาที่ยากลำบากก็ยังน้อยเกินไป เขาเคยอยู่ในความดูแลของรัฐ ต้องทรมานกับโรคซึมเศร้าและโรควิตกกังวล ตอนนี้ คีนันอาศัยอยู่กับย่าที่เขตบริกซ์ตัน เจ้าตัวมีความสนใจเรื่องการเมืองอย่างแรงกล้าและมุ่งมั่นที่จะต่อสู้กับความไม่เท่าเทียม

เขาได้ขึ้นกล่าวสุนทรพจน์ในสภาเกี่ยวกับโอกาสของชนชั้นผู้ใช้แรงงานจากการเป็นหนึ่งในกลุ่มนักกิจกรรมที่เพิ่งจบจากสถาบัน Advocacy Academy

ที่นี่คือกองทุนการศึกษาเพื่อความยุติธรรมทางสังคมที่พัฒนาความรู้ ทักษะและความเชื่อมั่นให้กับเยาวชนในเขตเซาธ์ลอนดอน

เป็นที่สำหรับคนอายุระหว่าง 13-20 ปี การเรียนใช้เวลาทั้งหมดแปดเดือน ประกอบด้วย สามเดือนในที่พำนักอันเงียบสงบ และการทำงานร่วมกับนักรณรงค์ นักการเมือง นักวิชาการและโค้ชเพื่อช่วยให้ผู้เรียนได้เริ่มต้นแคมเปญรณรงค์พื้นฐานของตนเอง

สถาบันสร้างนักกิจกรรมเยาวชนแห่งนี้เปิดมาสามปีแล้ว ผู้เรียนสามารถเรียนได้ในหลายที่ตั้งแต่ศูนย์ชุมชนและศูนย์เยาวชนไปจนถึงในมหาวิทยาลัย แม้กระทั่งในพิพิธภัณฑ์

หลักสูตรมีเนื้อหาเข้มข้นในระดับสุดยอด มีบทเรียนเรื่องการพูดในที่สาธารณะ ทักษะเรื่องสื่อสังคมออนไลน์และความสัมพันธ์กับสื่อ นักเรียนแต่ละคนจะมีโอกาสได้พูดในสภา หลังจากการสอนแบบตัวต่อตัวจากโค้ชเรื่องการใช้เสียงที่สถาบันการแสดงและการกล่าวสุนทรพจน์

คีนันถือเป็นขั้วตรงข้ามของนักปลุกปั่นชนชั้นกลางระดับสูงที่ชอบตะโกนโหวกเหวกอย่างที่คุณคิดว่าคงจะเจอในการล็อบบี้สภา แคมเปญรณรงค์ที่เขามีส่วนช่วยผ่านทางสถาบันให้มีการจัดหาที่อยู่อาศัยในราคาที่สามารถเป็นเจ้าของได้ในเขตที่เขาอยู่อาศัย มีการปรับปรุงพื้นที่ในเขตบริกซ์ตันอย่างรวดเร็วในช่วงไม่กี่ปีให้หลังนี้ และคนท้องถิ่นอย่างคีนันก็ต้องถอยออกไปเพราะสู้ราคาไม่ไหว

“เยาวชนอีกมากในวัยเดียวกับผมนึกไม่ออกเลยว่าจะสามารถซื้อหรือเช่าที่อยู่ได้ยังไง” เขาพูด หลังจากพยายามล็อบบี้อยู่สองปี ผู้สำเร็จการศึกษาจากสถาบันประสบความสำเร็จในการทำให้สภาเขตแล็มเบ็ธให้คำสัญญาว่าจะจัดให้มีกองทุนเพื่อการจัดการที่ดินชุมชนแห่งแรกในเขต และทำงานร่วมกับพวกเขาเพื่อหาสถานที่ภายในหนึ่งปี คีนันได้เป็นประธานร่วมในการประชุมด้วย

“การเป็นเยาวชนในชุมชนชายขอบของอังกฤษเป็นเรื่องค่อนข้างน่าหวาดกลัว” อมิเลีย ไวนีย์ กล่าว “ระดับของการแยกตัวโดดเดี่ยวแสดงให้เห็นแล้ว การได้เห็นเด็กที่มีสมรรถภาพอย่างน่าอัศจรรย์กลับไปไม่ได้ไกลเพราะขาดแคลนโอกาส ทั้งที่ถ้าอยู่ในชุมชนที่มีเอกสิทธิ์แล้วคงจะประสบความสำเร็จเป็นอย่างสูง นี่คือสิ่งที่เป็นปัญหาอย่างมาก”
อมิเลีย ไวนีย์ ได้ความคิดเรื่องสถาบันขึ้นมาระหว่างทำงานตำแหน่งนักวิจัยในสภาสามัญให้จอห์น มานน์ สมาชิกพรรคแรงงาน

“พูดกันตามตรงเลยนะ ฉันค่อนข้างรังเกียจ” เธอพูด “ทุกคนในที่โดดเดี่ยวน่าเศร้านั่นเป็นส่วนหนึ่งของสโมสรหรูหราที่สุดในโลก แค่ออกจากที่ทำงานทุกวันแล้วกลับไปบ้านที่เขตสต็อคเวลล์ ระหว่างทางคุณก็จะตระหนักว่าเส้นแบ่งเขตแดนที่มองไม่เห็นนั้นเป็นเช่นไร ตัวคุณเองใช้ชีวิตอยู่ในเงาของสภา สถานที่แห่งนั้นอยู่ที่นั่น คุณเห็นทุกวัน แต่คุณมองแล้วคิดว่าดูห่างไกลเหมือนดาวอังคาร”

แต่คีนันและผู้ที่สำเร็จการศึกษาจากสถาบันคนอื่น ๆ เดินทางไปถึงดาวอังคารที่ว่าสำเร็จแม้จะยากลำบาก คีนันยังได้มีประสบการณ์การทำงานกับเฮเลน เฮย์ส ผู้แทนพรรคแรงงานในท้องถิ่นของเขา โดยทำงานที่ศูนย์โทรศัพท์เพื่อการสื่อสารของพรรคแรงงานในการรณรงค์หาเสียงสำหรับการเลือกตั้งทั่วไป

“ผมต้องการทำงานด้านนักกิจกรรมและการรณรงค์” เขาพูด “แต่ในอนาคตข้างหน้าผมอยากลงสมัครสมาชิกสภาท้องถิ่น สมาชิกสภาเขตนครลอนดอนและปริมณฑล แล้วก็สมาชิกรัฐสภา ผมอยากยกระดับให้สูงขึ้น”

ในระหว่างการเรียนผู้เข้าร่วมจะได้ที่พักอันเงียบสงบอย่างน่าอัศจรรย์สี่เดือนและเข้าร่วมประชุมแบบที่สร้างสีสันแรงบันดาล ในแต่ละเดือน พวกเขาทำงานกับนักรณรงค์ชั้นนำ ครีเอทีฟ นักวิชาการและโค้ช เพื่อช่วยพัฒนาทักษะในการนำแคมเปญการรณรงค์พื้นฐานในชุมชนของตน กล่าวสุนทรพจน์ให้สมาชิกในสภาสามัญและอื่นๆ อีกมากมาย

ข้อมูลประกอบการเขียน

http://www.theadvocacyacademy.com/
http://www.brixtonblog.com/meet-advocacy-academy/40075

print

Leave a Reply