เยาวชนสามารถเข้ามามีส่วนร่วมในการทำหน้าที่ต่าง ๆ ที่มีอยู่มากมายตั้งแต่การออกแบบและวางแผนระบบ จนถึงนำออกใช้งานและเฝ้าดู  มีชุดหลักการเฉพาะที่ช่วยแนะแนวทางหรือสนับสนุนยุทธศาสตร์การมีส่วนร่วม ซึ่งชุดหลักการที่ว่านี้อยู่ใน “หลักการสำคัญสำหรับการมีส่วนร่วมของเยาวชนในการเปลี่ยนแปลงชุมชน

หลักการสำหรับเวทีเพื่อการพัฒนาเยาวชนสร้างขึ้นด้วยความเชื่อว่าหากเยาวชนเข้ามามีส่วนร่วมกับความพยายามในการเปลี่ยนแปลงสังคม จะก่อให้เกิดพลังหลักสามประการได้แก่ ความสามารถ (ความรู้และทักษะ) แรงจูงใจ (ความตระหนักรู้ประเด็นและต้นตอปัญหาหลัก ความมุ่งมั่น และสำนึกรับผิดชอบ) และ โอกาส (โอกาสที่จะทำตามความตั้งใจด้วยการกระทำที่เกี่ยวข้องและยั่งยืน)

หลักการที่ 1 วางแผนกลยุทธ์การเข้าถึงเชิงรุก  กลยุทธ์การเข้าถึงต้องแข็งแกร่งและต่อเนื่อง ทำให้เยาวชนรู้สึกว่ายินดีเข้ามามีส่วนร่วม จงใจสร้าง “ระบบหมุนเวียน” (revolving door) ของผู้นำเยาวชน ฝึกอบรมและเตรียมตัวผู้นำรุ่นใหม่อย่างต่อเนื่องให้ก้าวต่อไปข้างหน้า

หลักการที่ 2 สร้าง “บ้านศูนย์กลาง” (home base)  เยาวชนต้องอาศัยสายสัมพันธ์ที่แข็งแกร่งกับผู้ใหญ่ ผู้แนะแนวทางและโอกาสต่อเนื่องเพื่อมีปฏิสัมพันธ์อย่างมีเป้าหมายกับคนกลุ่มเดียวกัน บ้านศูนย์กลาง จึงหมายถึงสถานที่ “ปลอดภัย” ที่พร้อมด้วยทรัพยากรจำเป็นในการทำงาน

หลักการที่ 3 ถ่ายทอดหลักปรัชญาสากล กำหนดปรัชญาสากลแห่งการเปลี่ยนแปลง รวมถึงเป้าหมายระยะสั้นและระยะยาวที่วางไว้เพื่อการมีส่วนร่วมอย่างมีคุณค่าของเยาวชน สาธิตให้เห็นว่าเยาวชนสามารถสร้างผลกระทบได้อย่างไร สร้างความมั่นใจว่ามีผู้เห็นคุณค่าถึงการมีส่วนร่วมในการแสดงออกในเชิงสาธารณะ และอธิบายว่าเพราะเหตุใดจึงมีคุณค่า

หลักการที่ 4 ระบุประเด็นหลัก สร้างความมั่นใจว่าเยาวชนมีส่วนในการเลือกและการสื่อสารเรื่องที่เป็นเป้าหมายหลัก เมื่อสื่อสารออกไปแล้ว ต้องมั่นใจว่าเยาวชนเข้าใจเป้าหมาย และนำความกระตือรือร้นมาใช้   เรื่องที่ให้ความสนใจควรเชื่อมโยงกับชุมชน และอธิบายได้อย่างเป็นรูปธรรม ไม่ใช่เป็นแค่เพียงปรัชญา

หลักการที่ 5 สร้างทีมเยาวชน/ผู้ใหญ่  เยาวชนต้องเป็นส่วนหนึ่งของทีมเยาวชน/ผู้ใหญ่ ที่พึ่งพาซึ่งกันและกัน  มีจุดประสงค์และเป้าหมายร่วมกัน สำหรับทีมในลักษณะนี้ เยาวชนต้องเท่าเทียมกับผู้ใหญ่ นอกจากนี้ สมาชิกทีมผู้ใหญ่ต้องยืดหยุ่นและเป็นสมาชิกที่เท่าเทียมกันกับเยาวชนได้

หลักการที่ 6 สร้างประสิทธิภาพเยาวชนและผู้ใหญ่  มุ่งมั่นในเรื่องสร้างความตระหนักรู้ ความรู้ และทักษะ เยาวชนอาจต้องการสร้างพื้นฐาน ทีม และทักษะการเป็นผู้นำ ผู้ใหญ่อาจต้องสร้างสิ่งเหล่านี้ พอ ๆ กับทักษะที่ต้องใช้สั่งสอนและสนับสนุน สมาชิกทีมทุกคนต้องมีทักษะการสื่อสารและความรู้เกี่ยวกับเรื่องที่เป็นเป้าหมายหลัก

หลักการที่ 7 ให้การสนับสนุนรายบุคคล   แต่ละคนในทีมต่างมีเอกลักษณ์ จุดแข็งและจุดขาด เยาวชนต้องได้รับการสนองตอบในปริบทของการเข้าถึงการพัฒนาแบบมืออาชีพ เริ่มจากจุดที่อยู่ และช่วยสร้างความสามารถที่จำเป็น การสนับสนุนส่วนตัว การสนับสนุนในยามวิกฤต และการสนับสนุนอย่างเป็นรูปธรรม (ยานพาหนะ อาหาร การจัดเวลา ฯลฯ) อาจมีบางส่วนที่ต้องการทั้งหมด

หลักการที่ 8  การเข้าถึงและอิทธิพลอย่างยั่งยืน   ปลูกฝังให้มีการใช้ความพยายาม เชื่อมโยงงานกับความพยายามและการริเริ่มของชุมชนอื่นๆ และเชื่อมโยงกับผู้ใหญ่ที่มีอิทธิพลในชุมชน ยกย่องความสำเร็จ และสื่อสารออกไปยังชุมชน ให้เยาวชนมีส่วนร่วมในทุกการนำเสนอและการสื่อสาร ใช้อิทธิพลของผู้ใหญ่สร้างแนวทางและโอกาสเพิ่มเติม

การวางแผนอย่างสุขุมรอบคอบและตั้งใจเพื่อให้เยาวชนมีส่วนร่วมในกระบวนการในระดับหน่วยงาน ในระบบ และในชุมชน โดยเชิญวัยรุ่นหนึ่งหรือสองคนไปประชุมเพื่อ “ให้ข้อมูล” แสดงว่ามีการวางแผนเล็กน้อยหรือมีความต้องการข้อมูลดังกล่าวไม่จริงจังมากพอ การรับเข้าเป็นสมาชิก การมีส่วนร่วม และการสนับสนุนเยาวชน ต้องมีชุดกิจกรรมเชิงซ้อนที่มีความสัมพันธ์ซึ่งกันและกัน เริ่มด้วยการรับสมาชิกอย่างต่อเนื่อง สนับสนุนและพัฒนา สร้างสมรรถนะและการเข้าถึงข้อมูลที่จำเป็น เยาวชนต้องสามารถเข้าถึงผู้ใหญ่ที่เป็นผู้แนะแนวทาง อิทธิพลต่อตัวกระบวนการเอง การสนับสนุนรายบุคคล และความรับผิดชอบที่เข้ากับความสนใจและความสามารถของเยาวชนแต่ละราย เห็นได้ชัดว่าเยาวชนต้องมีส่วนร่วมด้วยตั้งแต่ต้นเพื่อช่วยปรับกระบวนการที่พวกเขาจะถูกขอให้มีส่วนร่วม

การทำตามหลักการเหล่านี้ได้ ผู้ใหญ่ต้องทำตนให้เป็นแรงสนับสนุนและยอมรับให้เยาวชนแสดงความคิดของตนเองได้ นี่คือการสร้างความมั่นใจว่าวัยรุ่นสามารถบอกให้ผู้ใหญ่รู้ว่าต้องการอะไรอย่างตรงไปตรงมา พูดเสียงดังฟังชัด แสดงจุดแข็ง จุดอ่อน ความต้องการ และความปรารถนา มีความรับผิดชอบต่อตนเอง รู้จักและยืนยันสิทธิของตัวเอง ถามคำถามและรับคำตอบของคำถามนั้น

“การแสดงความคิดเห็นของตนเองถือเป็นขั้นตอนสำคัญในการเติบโตเป็นผู้ใหญ่ นี่คือการดูแลตัวเอง บอกคนอื่น ๆ ว่าตนต้องการอะไร และรู้ว่าจะดำเนินการรับผิดชอบอย่างไร ไม่มีใครรู้ทักษะพวกนี้มาตั้งแต่เกิด  ทักษะในการแสดงความคิดเห็นของตนเองเป็นสิ่งที่ต้องใช้ตลอดชีวิต และทุกคนก็ต้องเรียนรู้”

ทิศทางใด ๆ ในกระบวนการการมีส่วนร่วมอาจเป็นเรื่องวุ่นวายและท้าทายสำหรับผู้ใหญ่ที่นำกระบวนการเหล่านี้ไปใช้ เพราะเด็กอาจไม่ได้มาเข้าทีมพร้อมด้วยความสามารถแบบเดียวกับที่ผู้นำคาดหวังจากผู้ใหญ่ที่มี “คุณสมบัติ”   แต่เราไม่อาจลงโทษเยาวชนหรือคัดออกเพียงเพราะคนนั้นไม่มีความสามารถ ระบบที่ต้องการให้พวกเขาเป็นส่วนร่วมต้องหาทางให้กิจกรรมสนับสนุนและพัฒนาทั้งหมดทำงาน ซึ่งจะช่วยเยาวชนให้สร้างความสามารถที่จำเป็นขึ้นมาได้ ตามที่เน้นไว้ในหลักการที่ 1 กิจกรรมสนับสนุนและพัฒนาเหล่านี้จะต้องมีการดำเนินการซ้ำต่อเนื่อง เพราะเยาวชนที่มีประสบการณ์ก็จะไปทำอย่างอื่นต่อ และเยาวชนหน้าใหม่ที่เตรียมตัวมาน้อยกว่าก็จะถูกดึงเข้ามาในกระบวนการ ลักษณะเช่นนี้ไม่เหมือนการจ้างงานของผู้ใหญ่ ซึ่งคาดหวังช่วงเวลาที่เหมาะสมสำหรับการอยู่ในต่ำแหน่งได้จากลูกจ้างส่วนใหญ่ เมื่อพิจารณาจากแนวทางแล้ว เยาวชนที่มีส่วนร่วมจะเปลี่ยนแปลงไประหว่างกระบวนการ และเปลี่ยนไปเพราะกระบวนการนำไปสู่การหมุนเวียนสม่ำเสมอและคาดเดาได้

 

แปลและเรียบเรียงจาก  Core Principles for Engaging Young People in Community Change 

print

Leave a Reply