UN-FEB-08

1.สอนให้เข้าใจว่าการที่ร่างกายของตัวเองเปลี่ยนแปลงไปนั้นเป็นเรื่องที่ดี  แม้บางครั้ง จะทำให้รู้สึกสับสน  โดยวิธีการพูดคุยกันในเรื่องเหล่านี้ ไม่ว่าจะเป็นฟันน้ำนมหลุด ขนขึ้นในที่ลับ หน้ามีสิว ต้องเป็นวิธีการพูดคุยที่แสดงให้เด็กเห็นว่าคุณเต็มอกเต็มใจและพร้อมจะคุยในเรื่องเล็กๆ น้อยๆ พวกนี้เสมอ อย่าลืมเวลาตอบคำถามเหล่านี้ ให้ตอบแบบตรงไปตรงมา ให้ความรู้ที่ถูกต้องโดยไม่แสดงความอาย กระอักกระอ่วนใจ หรือบอกปัดไม่อยากพูดถึง หมั่นฝึกให้ตัวเองกล้าพูดเรื่องเหล่านี้ด้วยท่าที สีหน้าสบายๆ เป็นกันเอง

2. ชวนให้พูดถึงความรู้สึกที่ดีและที่ไม่ดีของตัวเด็กเอง เช่น “ชอบไหมเวลาถูกจั๊กจี๋”  “เวลาพ่อจับหมุนตัวจนเวียนหัวรู้สึกยังไง” “ไหนลองบอกสิว่าแบบไหนที่ทำให้รู้สึกดี” “แล้วอะไรบ้างที่ทำให้รู้สึกเซ็ง รู้สึกแย่ เพราะอะไร” “เวลามีเพื่อนมารังแกหรือทำให้เจ็บ รู้สึกยังไง”  ให้เตือนตัวเองว่าบางครั้ง คำถามเหล่านี้ ก็ไม่ต้องมีคำตอบออกจากปากเด็กทันที ปล่อยให้เด็กได้มีโอกาส มีเวลาคิดหาคำตอบด้วยตัวเอง

3. เตือนเด็กเสมอว่า เรื่องต่างๆ ที่กำลังเกิดขึ้นกับเขานั้นเป็นเรื่องปกติ เป็นเรื่องธรรมชาติ เพราะทุกคนต้องโตขึ้น

4. สอนให้แยกแยะการใช้คำพูดที่ทำให้ตัวเองปลอดภัยระหว่างเล่นกับเพื่อน โดยช่วยให้เด็กๆ คิดคำที่ใช้กับเพื่อนๆ เมื่อต้องการต่อรอง ต้องการปฏิเสธ โดยหาคำที่เข้าใจตรงกันในระหว่างการเล่นบทบาทสมมติว่า นี่คือความรู้สึกจริงๆ ไม่ใช่ส่วนหนึ่งของการแสดง

5. สอนให้หยุดพักระหว่างเล่น เพื่อคอยดูว่าแต่ละคนยังรู้สึกปลอดภัย อยากเล่นต่อไหม โดยให้เด็ก “ขอเวลานอก” บ่อยๆ เพื่อไม่ปล่อยให้เด็กเล่นจนเลยเถิด

6. สนับสนุนให้เด็กคอยสังเกตสีหน้าของเพื่อนๆ ระหว่างเล่นด้วยกัน เพื่อให้มั่นใจว่าทุกคนรู้สึกสนุกและอยู่ในอารมณ์เดียวกัน

7.ช่วยเด็กๆ ทบทวน ตีความ สิ่งที่เห็นหรือทำไปแล้ว เช่นในสนามเด็กเล่น หรือกับเพื่อนๆ  หรือหากลูกมาเล่าว่าโดนรังแก โดนแกล้ง หรือมีเรื่องทะเลาะกับเพื่อน ถามเด็กของคุณว่ามีทางทำอย่างอื่นได้ไหม หรือถ้ามันผ่านไปแล้ว ลองชวนเด็กคิดว่า “ถ้าย้อนกลับไปได้ หนูอยากจะทำยังไงกับเรื่องตอนนั้น”

8.อย่าล้อเด็ก หรือเหมาเอาเองเรื่องการคบเพื่อนของลูก ว่า คือแฟน  ไม่ว่าลูกจะคิดอย่างไร ชอบ หรือสนใจ หรือคิดแค่เพื่อน ก็เป็นเรื่องของลูก อย่าเอามาล้อ หรือทำเป็นเรื่องใหญ่ และถ้าถามเรื่องนี้กับลูก แล้วลูกไม่ตอบ รอให้เด็กพร้อมก่อน อย่าไปคาดคั้นเอาคำตอบ

9.สอนให้รู้ว่าการกระทำของเขาส่งผลต่อคนอื่น เรื่องนี้สอนได้โดยยกตัวอย่าง เช่น หากคุณเห็นคนอื่นพูดเสียงดัง หรือทำสิ่งที่น่ารำคาญรบกวนคนอื่น ให้ชวนลูกหรือเด็กที่ดูแลว่าการกระทำของคนนั้น คิดว่าจะเกิดผลอะไรตามมาได้บ้าง จะมีใครต้องมาเก็บขยะที่คนๆ นั้นทิ้งไม่เป็นที่เป็นทางบ้าง จะมีใครรู้สึกกลัวบ้างที่เห็นคนนั้นอาละวาด พูดเสียงดัง อธิบายให้เด็กเข้าใจว่าการเรียกร้องสิทธิของตัวเองนั้นเป็นเรื่องที่ดี แต่ต้องมีขอบเขต และต้องคิดถึงผลที่จะเกิดกับคนอื่นๆ ด้วย

10. สอนให้หาโอกาสช่วยเหลือคนอื่นเมื่อทำได้ เช่น เก็บถุงขนมที่ทิ้งบนถนนใส่ถังขยะ นั่งเงียบๆ ไม่รบกวนหรือทำเสียงดังในสถานที่ที่ทุกคนกำลังทำงาน ลุกให้คนนั่งในรถเมล์ เปิดประตูค้างไว้ให้คนที่ถือของเต็มมือ เป็นต้น

 

เรียบเรียงจาก The Healthy Sex Talk: Teaching Kids Consent, Age 1- 12

print

Leave a Reply