UN-FEB-07

1. สอนให้เด็กขออนุญาตทุกครั้งก่อนจะสัมผัสหรือโอบกอดเพื่อนที่เล่นด้วยกันต่อหน้าเพื่อน   เช่น “น้องแนต  ถามเพื่อนที่ชื่อ แอน ก่อนสิว่าอยากจะให้กอด แล้วค่อยบาย บายไหม” หากน้องแอน บอกว่า “ไม่อยาก”  พ่อแม่ หรือผู้ใหญต้องไม่ตำหนิ บังคับหรือล้อเลียนเด็ก แต่ควรให้กำลังใจ และพูดกับเด็กว่า “โอเค ไม่เป็นไรนะ งั้น แนตก็โบกมือบาย บาย แล้วส่งจูบให้แอนแทนนะ”

2. สอนให้รู้จักเห็นอกเห็นใจคนอื่น อธิบายแบบง่ายๆ ให้เด็กเข้าใจว่าสิ่งที่ทำลงไปนั้น ทำร้ายจิตใจเพื่อนอย่างไร เช่น “พ่อรู้ว่าหนูอยากได้ของเล่นชิ้นนั้น แต่ที่หนูไปตีไมค์แบบนั้น ไมค์เขาเจ็บและเขาก็รู้สึกเสียใจมากนะ   ไมค์ไม่ควรต้องเสียใจเพราะเราเป็นคนทำให้เขาเจ็บนะ”  จากนั้น ลองให้เด็กจินตนาการดูว่าถ้าไมค์ตีเรา จะรู้สึกอย่างไร ข้อสำคัญคือ วิธีการพูดเช่นนี้ต้องพูดด้วยน้ำเสียงที่นุ่มนวล และทำให้เด็กรู้สึกมั่นใจ ไม่อับอาย ไม่รู้สึกสับสน

3. สอนให้รู้จักช่วยเหลือคนที่กำลังมีปัญหา โดยให้เด็กหัดสังเกตความรู้สึกคนอื่น และหากเด็กไม่สามารถช่วยเหลือได้ ให้บอกผู้ใหญ่

4. สอนเด็กให้เข้าใจว่า ถ้าใครพูดว่า “ไม่”  “หยุด” นั่นแปลว่าคนนั้นหมายความตามที่พูดออกมาจริงๆ และเด็กต้องหยุดทำในสิ่งนั้นทันที เพื่อเด็กจะได้รู้จักการให้เกียรติผู้อื่น  และเช่นเดียวกัน สอนลูกของเราให้พูดคำว่า “ไม่” “หยุด” เมื่อเพื่อนทำบางอย่างที่ทำให้รู้สึกไม่ชอบ และถ้าเพื่อนคนนั้นไม่ฟัง ยังทำต่อไป ก็สอนให้ลูกรู้ว่า เพื่อนก็ต้องทำแบบเดียวกับที่เราทำกับเพื่อน หากเพื่อนคนไหนไม่ทำ เราก็ไม่จำเป็นต้องเล่นกับคนนั้นอีกต่อไป

5. หัดให้ลูกเรียนรู้ภาษากายและการอ่านสีหน้าของคนอื่น แบบไหนเรียกว่า กำลังกลัว กำลังมีความสุข เศร้า กังวลใจ อึดอัด โกรธ โดยอาจจะเล่นแข่งเกมอ่านสีหน้า ท่าทางของคนอื่นหรือระหว่างดูหนัง หรือดูจากภาพในหนังสือ เพื่อฝึกเด็กให้คุ้นชินกับเรื่องเหล่านี้

6.อย่าบังคับลูกให้กอด หอม หรือจับเนื้อตัวของคนอื่น  หากย่าหรือปู่อยากกอดหลาน อยากหอมหลาน แต่หลานไม่ยอม คนเป็นพ่อแม่ต้องไม่บังคับ ฝืนใจเด็กให้ทำตามใจปู่ย่า แต่ให้หาทางอื่น เช่น “งั้นเปลี่ยนเป็น แตะมือ หรือส่งจูบก็ได้นะ เอาไหมลูก”

7. สนับสนุนให้เด็กทำความสะอาดอวัยะเพศของตัวเองระหว่างอาบน้ำ แม้พ่อแม่ยังต้องช่วยเพื่อให้แน่ใจว่าสะอาดจริง แต่ระหว่างที่ช่วยเด็กทำความสะอาด ต้องสอนว่า อวัยวะเหล่านี้เป็นของสงวน ของส่วนตัว และมีความสำคัญ เพราะนี่คือการทำให้เด็กเกิดความภูมิใจในเนื้อตัวร่างกายของตนเองและเกิดความระมัดระวังไม่ให้คนอื่นมาสัมผัส

8.ให้โอกาสเด็กในการตอบรับหรือตอบปฏิเสธในชีวิตประจำวัน เช่น การเลือกเสื้อผ้าใส่ไปโรงเรียน ไปเที่ยว ใส่นอน ของเล่น หรือให้ทำผมทรงไหน เป็นต้น โดยให้เด็กตอบด้วยตัวเองว่า “เอาแบบนี้ ใช่” หรือ “ไม่ใช่ ไม่เอา” เพราะนี่คือการฝึกให้เด็กรู้จักตัดสินใจ และกล้าปฏิเสธ

9. ปล่อยให้เด็กพูดถึงร่างกายของตัวเด็กเอง โดยผู้ใหญ่ไม่ต้องรู้สึกอายหรือห้ามปราม เพียงแต่แก้คำพูดให้เด็กหากเรียกชื่ออวัยวะบางอย่างในร่างกายผิด และทำให้เด็กมั่นใจว่าเขาสามารถพูดคุยกับคุณในเรื่องพวกนี้ได้เมื่ออยู่กันตามลำพัง เช่น หากเด็กถามหรือคุยในที่สาธารณะ คุณก็สามารถบอกเด็กว่า ให้รอก่อน คุณจะตอบเรื่องนี้เมื่อกลับบ้านหรือเมื่ออยู่กันสองคน เป็นต้น

10. พูดคุยกับเด็กถึง “อะไรที่อธิบายไมไ่ด้แต่รู้สึกได้” ซึ่งก็คือสัญชาตญาณ หรือสิ่งที่ทำให้เด็กรู้สึกแปลกๆ ไม่สบายใจ กลัว ขยะแขยง โดยถามเด็กว่าทำไมจึงรู้สึกเช่นนั้น มีความรู้สึกคล้ายๆ แบบนั้นเกิดขึ้นกับเด็กหรือไม่ หากมี ผู้ใหญ่ต้องตั้งใจฟังเพื่อจับสัญญาณว่าอาจมีบางอย่างผิดปกติ

11. “ใช้คำพูดของหนูเอง” อย่าปล่อยให้เด็กตอบคำถามแบบผ่านๆ  ตอบเหมือนไม่ตอบ หรือตอบเหมือนลอกคำตอบคนอื่นมา แต่ให้เด็กอธิบายด้วยภาษาของเด็กเองเวลาที่ตอบคำถาม

 

เรียบเรียงจาก The Healthy Sex Talk: Teaching Kids Consent, Age 1- 12

print

Leave a Reply