คู่มือเล่มนี้ เป็นการให้แนวทางการทำงานด้านสื่อสารกับสาธารณะเพื่อสร้างความตระหนักกระตุ้นให้เกิดการลงมือทำรวมทั้งวิธีการระดมทุนและทำให้ชุมชนหันมาใส่ใจในเป้าหมายที่สำคัญที่สุดคือ การลดการตั้งครรภ์ในวัยรุ่น

แม้สื่อไม่สามารถทำให้จำนวนแม่วัยรุ่นลดลงได้ตามลำพัง แต่การทำงานเพื่อลดจำนวนแม่วัยรุ่นในระดับประเทศก็ไม่สามารถขาดสื่อได้ ดังนั้น การรณรงค์ให้สังคมมีความเข้าใจเรื่องเพศของวัยรุ่นโดยใช้สื่อ จึงเป็นหนึ่งในยุทธศาสตร์การทำงานเพื่อลดการตั้งครรภ์ในวัยรุ่นให้ประสบความสำเร็จ นอกเหนือจากการให้ความรู้เรื่องเพศผ่านระบบการศึกษา และการจัดบริการคุมกำเนิดให้กับวัยรุ่นแบบเป็นมิตร

ในช่วงทศวรรษ 1990 สหรัฐอเมริกามีอัตราการตั้งครรภ์ของวัยรุ่นอายุ 15-19 ปี สูงสุดประเทศหนึ่งในกลุ่มประเทศที่ร่ำรวยแล้ว องค์กรเอกชนที่ไม่แสวงหากำไร ชื่อว่า the National Campaign to Prevent Teen Pregnancy จึงเกิดขึ้นเมื่อปี 1996 โดยตั้งเป้าหมายในการทำงานเริ่มแรกว่า ต้องลดจำนวนแม่วัยรุ่นลงหนึ่งในสามภายในสิบปี (1996 -2005) ซึ่งก็ทำได้สำเร็จตามเป้า

The National Campaign มียุทธศาสตร์ทำงาน 2 เรื่อง คือ การทำให้ชุมชนเข้มแข็งและสามารถทำงานเคลื่อนไหวได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยทำงานร่วมกับองค์กรระดับท้องถิ่นในรัฐต่างๆ ด้วยการให้บริการสนับสนุนงานวิจัยและข้อมูล เพื่อให้หน่วยงานระดับท้องถิ่นนำไปใช้วางแผนการทำงาน  และให้ความช่วยเหลือด้านเทคนิค การแลกเปลี่ยนเรียนรู้ด้วยการดูงานและการประชุมร่วมกันระดับภูมิภาค ทำให้แต่ละพื้นที่สามารถบรรลุเป้าหมายของการลดอัตราการตั้งครรภ์ในวัยรุ่นตามจำนวนที่ตั้งไว้ได้ด้วยวิธีการที่หลากหลายแตกต่างกันไป

สำหรับยุทธศาสตร์ด้านที่สองคือ การทำงานกับกลุ่มเป้าหมายผ่านสื่อเพื่อปรับเปลี่ยนค่านิยมและวัฒนธรรม  ยุทธศาสตร์ด้านนี้ถือเป็นจุดเด่นขององค์กร  เพราะใช้หลักปรัชญาในการทำงานกับสื่อวงกว้าง เพื่อสื่อสารกับกลุ่มเป้าหมายหลักคือ ตัววัยรุ่นและพ่อแม่แบบ “ไม่ใช้แค่แผ่นพับ”  แต่ผสมผสานข้อมูล ข่าวสารที่ต้องการสื่อสารกับวัยรุ่นผ่านสื่อต่างๆ ทีเข้าถึงวัยรุ่น เพื่อให้วัยรุ่น “ได้ยิน” โดยยุทธศาสตร์ด้านนี้จะถูกบูรณาการให้เข้ากับโครงการต่างๆ ที่เกิดขึ้นในชุมชน ในโรงเรียน รวมทั้งพ่อแม่ผู้ปกครองด้วย

The National Campaign ทำงานสองระดับคือกับชุมชนและระดับชาติ โดยมีวิธีทำงาน 3 แบบ  1. ทำงานเพื่อลดความขัดแย้งเมื่อเกิดประเด็นถกเถียงกันในเรื่องที่เกี่ยวข้อง 2. นำเสนอข้อมูลและงานวิจัยที่เชื่อถือได้ให้สาธารณชนรับรู้สม่ำเสมอ  3. ทำงานกับกลุ่ม องค์กรในระดับสูงที่มีบทบาทสำคัญต่อการกำหนดวิถีชีวิตวัยรุ่น

สามปีแรกของการทำงานด้านการสื่อสาร The National Campaign  จัดการประชุมย่อย เพื่อให้ข้อมูลแก่สื่อประเภทนิตยสาร รายการทีวีและเวบไซต์ มากกว่า 62 รอบ โดยเน้นพูดคุยกับบรรณาธิกาหลัก ผู้เขียนบท และผู้ดูแลรายการ ทำให้กลายเป็นแหล่งข้อมูลสำคัญของสื่อ และเข้าถึงผู้ชม ผู้อ่านได้มากกว่า 250 ล้านคนทั่วประเทศ และยังทำงานกับบริษัทโฆษณาระดับโลก เพื่อจัดทำแคมเปญ รณรงค์สื่อสารกับกลุ่มเป้าหมาย  เช่น ทำงานร่วมกับ MTV เพื่อตามติดชีวิตแม่วัยรุ่น  ทำงานกับ Ad Council (หน่วยงานเอกชนไม่แสวงหากำไรที่เกิดจากการรวมตัวกันของคนในแวดวงโฆษณาเพื่อทำงานปลุกจิตสำนึก ปรับเปลี่ยนพฤติกรรมในชีวิตประจำวันของผู้คนโดยใช้กระบวนการแบบมีส่วนร่วมและ “ให้สังคมเกิดการสนทนา” ในประเด็นเหล่านั้น) จัดทำเวบไซต์ที่เน้นให้ข้อมูลเรื่องการคุมกำเนิดแบบออนไลน์เพื่อกลุ่มเป้าหมายอายุ 18 -29 ปีชื่อว่า Bedsider

หลังจากดำเนินงานมาเกือบยี่สิบปี เมื่อเดือนธันวาคม 2014 The National Campaign ได้ออกคู่มือยุทธศาสตร์การสื่อสารเพื่อสร้างให้เกิดการตระหนักถึงการป้องกันการตั้งครรภ์ในวัยรุ่นในวงกว้าง

คู่มือเล่มนี้ เป็นการให้แนวทางการทำงานด้านสื่อสารกับสาธารณะเพื่อสร้างความตระหนัก กระตุ้นให้เกิดการลงมือทำ รวมทั้งวิธีการระดมทุน และทำให้ชุมชนหันมาใส่ใจในเป้าหมายที่สำคัญที่สุดคือ การลดการตั้งครรภ์ในวัยรุ่น

วัตถุประสงค์สำคัญของคู่มือ คือ ให้คนที่ทำงานเข้าใจและตัดสินใจได้ว่าจะส่งสารที่ต้องการสื่อ โดยใช้ช่องทางใด ด้วยวิธีการอย่างไร เพื่อไปให้ถึงกลุ่มเป้าหมายได้มากที่สุด เริ่มตั้งแต่การวางแผนการสื่อสารที่ต้องตั้งเป้าหมายให้ชัดเจน ระบุกลุ่มเป้าหมายที่ต้องการ ทำการศึกษาพฤติกรรมของกลุ่มเป้าหมาย  พัฒนา “สารหลัก” ที่ต้องการสื่อออกไป จากนั้นก็เลือกว่าจะใช้สื่อใด เป็นช่องทาง ซึ่งมีทั้งสื่อที่ไม่ต้องมีค่าใช้จ่าย สื่อที่ต้องซื้อ รวมทั้งการสร้างสื่อของตัวเอง

นอกจากนั้น  ยังมีเนื้อหาเกี่ยวกับการนำเรื่องเล่ามาใช้เพื่อระดมทุน การทดสอบสื่อ การติดตามผลการใช้สื่อ รวมทั้งการรับมือกับเหตุการณ์ไม่คาดฝันจากการทำแคมเปญรณรงค์ และยังมีแบบฝึกหัดให้ลองทำในเล่มด้วย

เพราะการรณรงค์เพื่อการสื่อสารปรับเปลี่ยนพฤติกรรมเป็นแคมเปญที่ต้องทำอย่างมุ่งมั่นและใช้เวลานาน การที่จำนวนผู้สูบบุหรี่ลดลงได้ครึ่งหนึ่งในสหรัฐฯ นั้น กินเวลาเกือบ 40 ปี เป็นเพราะสื่อเกาะติด และยังใช้วิธีการทุกรูปแบบจนเอาชนะได้ เช่นเดียวกัน การทำงานเพื่อป้องกันการตั้งครรภ์ในวัยรุ่นก็ต้องใช้เวลา   แต่เมื่อใด สารที่ส่งออกไปทางอากาศซ้ำแล้วซ้ำเล่า สามารถเข้าไปอยู่ในความนึกคิดของผู้คนทั้งวัยรุ่นและผู้ใหญ่แล้ว  เราก็จะได้เห็นตัวเลขวัยรุ่นตั้งท้องในชุมชนต่างไปจากเดิมอย่างแน่นอน

print

Leave a Reply